วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX ลงสู่แนว 1,540 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (5 - 11 มี.ค. 2558) :

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงโดย DJIA -3.1% หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 2.95 แสนตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 2.39 แสนตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงเหลือ 5.5% ทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าอาจส่งผลกระทบให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดการณ์ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น CAC ฝรั่งเศส +2.6%, DAX +4.7% ขณะที่ FTSE -2.4% บรรยากาศการลงทุนเชิงบวกต่อการเริ่มเข้าซื้อพันธบัตรในโครงการ QE ของ ECB

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (5 - 11 มี.ค. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.9% นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มธนาคาร หลังทางการจีนระบุว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเปิดให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาทำธุรกิจค้าหลักทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นจำกัดมากขึ้นเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจออกมาส่งสัญญาณลบต่อเนื่อง ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.พ. ของจีนหดตัว 4.8% เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 36 เดือนและแรงกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมใน 2M58 เพิ่มขึ้นต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 - 11 มี.ค. 2558) : SET INDEX ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นลบจากความกังวลต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้ง เมื่อนายกฯ ยืนยันไม่แทรกแซงกลไกการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกนง.กดดัน SET INDEX ปรับตัวลงสู่แนว 1,520 จุด อย่างไรก็ตามเมื่อ กนง. ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps เป็น 1.75% สวนทางกับที่ตลาดคาด SET INDEX ฟื้นตัวปิดที่ระดับ 1,543.84 จุด ลดลง 19.00 จุด หรือ -1.22% ณ วันที่ 11 มี.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (13 - 18 มี.ค. 2558) : MBKET ปรับลดน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ จาก “กลางถึงบวก” เพราะหากประเมินจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศสัปดาห์หน้า เต็มไปด้วยประเด็นกดดัน Upside ของตลาดหุ้นไทย แม้ว่า กนง.จะสร้างความประหลาดใจด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.75% จากเดิม 2.00% ก็ตาม แต่หากพิจารณาจากปัจจัยเด่นสัปดาห์หน้า

• การประชุมเฟดวันที่ 18 มี.ค. เราให้น้ำหนักกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับการเติบโตที่ต่ำกว่าคาด บวกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จะเป็นข้ออ้างให้เฟดต้องส่งสัญญาณประวิงเวลาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไปหรือไม่ แม้ว่าการจ้างงานจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

• ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับพิจารณา คดีทุจริตจำนำข้าว ของอดีตนายกฯ คุณยิ่งลักษณ์ หรือไม่

• ผลการถอดถอนหุ้น BAY ออกจากการคำนวณดัชนี FTSE ณ ราคาปิดวันที่ 20 มี.ค.

ดังนั้นในภาพของ SET INDEX สัปดาห์หน้า เราประเมินกรอบแกว่งระหว่าง 1,530 - 1,560 จุด ด้วยมุลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เพื่อรอดูความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เชิงกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” เน้นการลงทุนเป็นหุ้นรายตัวมากกว่ามองภาพรวมของ SET INDEX ที่ยังคงไร้ทิศทางที่ชัดเจน

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 17 มี.ค. อาจมีการนำเสนอผลการเจรจาโครงการรถไฟรางคู่ครั้งที่ 3 ของคณะทำงาน ทั้งจากไทย - จีน ต่อการประชุม ครม.

2. ติดตาม การกำหนดวันลงนาม โครงการทวาย เฟสแรก เพราะก่อนหน้า รองนายกฯ คาดว่าจะมีการลงนามโครงการดังกล่าวได้ในช่วงกลางเดือนมี.ค.

3. การประชุม BoJ วันที่ 17 มี.ค. Bloomberg consensus คาด BoJ จะคงเป้าหมายเพิ่มปริมาณเงิน Yen80 ล้านล้าน/ปี เช่นเดิม

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงาน / อัตราเงินเฟ้อ / ดุลการค้า ของอียู, ภาวะการจ้างงาน อังกฤษ, ดัชนีราคาผู้ผลิต / ยอดก่อสร้างบ้าน / ผลผลิตภาคอุตฯ ของสหรัฐ, การส่งออก - นำเข้า / คำสั่งซื้อเครื่องจักร ของญี่ปุ่น

                                                ----------------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ