วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET รีบาวน์เพื่อลงต่อ

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1,550 – 1570 จุด

SET การปรับฐานของตลาดเมื่อวานเป็นไปตามทิศทางของตลาดภูมิภาคที่ปรับลดลงราว (0.5-2%) จากความวิตกว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาดหลังตัวเลขอัตราว่างงานเดือนก.พ.ของสหรัฐปรับลดลงสู่ระดับ 5.5% ต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี ซึ่งเราเชื่อว่าตลาดย่อยข่าวดังกล่าวไปแล้วเมื่อวานนี้ ขณะที่มูลค่าซื้อขายลดเหลือเพียง 3.9 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าระดับปกติที่ 5 หมื่นล้านบาท SET จึงมีโอกาสรีบาวน์ระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์อาจมีแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังต่อผลการประชุมกนง.ในวันพรุ่งนี้ที่อาจมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (เราคาดว่าจะมีการปรับลดในการประชุมเดือนเม.ย.) อย่างไรก็ตามการรีบาวน์ของ SET จะอยู่ในกรอบจำกัดและมีโอกาสจบรอบทุกเมื่อเนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันจิตวิทยาการลงทุนจาก (1) ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ US$60 ต่อบาร์เรลหลัง OPEC ยังคงยืนยันไม่ลดกำลังการผลิตในช่วงนี้ และจะกดดันการรีบาวน์ของหุ้นกลุ่มพลังงาน (2) นักลงทุนสถาบันที่กลับมาขายสุทธิกว่า 1.9 พันล้านบาท (3) BAY ที่ปรับขึ้น 8% เมื่อวานมีผลต่อ SET Index ถึง 3 จุด มีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากซื้อขายที่ 2.9xP/BV ค่อนข้างแพงเทียบกลุ่ม และจะถูกนำออกจากการคำนวณดัชนี FTSE วันที่ 20 มี.ค.นี้ (4) การขึ้น XD ของหุ้นราว 24 ตัวรวมถึงการทบทวนประมาณการกำไรปี 58 ของนักวิเคราะห์หลังการประกาศงบปี 57 เสร็จสิ้น ทางเทคนิค SET อยู่ระหว่างการปรับฐานโดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1540 จุดเว้นแต่จะกลับมาปิดเหนือ 1560 จุดอีกครั้งจะเป็นสัญญาณที่ดี

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือเน้นขึ้นขาย-ลงแรงซื้อ หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุด กลับมาถือครองเงินสด 

  Top Daily Pick: TCAP (จะได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มหากอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับลงเนื่องจากฐานลูกค้าเป็นเช่าซื้อที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ อีกทั้งมีแผนเติบโตปีนี้จากการซื้อหนี้ NPL มาบริหารและรุกธุรกิจ SME) /M (คาดผลประกอบการปี 58 จะฟื้นตัวจากแผนขยายสาขาและกำลังซื้อฟื้นตัว)

  Technical Pick : CKP WIIK PPP MINT CITY

  Theme Play: กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP LH LPN PS QH SIRI SPALI) ได้ประโยชน์หากมีการปรับลดดอกเบี้ย /กลุ่มสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) ราคาหุ้นสะท้อนข่าวเลื่อนประมูล 4 G ไปแล้ว /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM) /กลุ่มเครื่องดื่ม-เครือข่ายร้านอาหาร (CBG ICHI SAPPE M) ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว

รายงานวันนี้

Update : KAMART (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 9.20 บาท) ปรับประมาณการขึ้นจากผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุด
Comment : AP (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 7.80 บาท) ยอดขายเดือน ก.พ. เติบโต 27% MoM


นัยของ QE จาก ECB ต่อตลาดหุ้นไทยจะยังไม่มาก

• การที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เริ่มดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ในวงเงิน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนไปจนเดือนเดือนก.ย. 59 รวมวงเงิน 1.1 ล้านล้านยูโร อาจไม่มีนัยต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นเนื่องจากเม็ดเงินจากการทำ QE เกือบทั้งหมดจะเข้าซื้อตราสารหนี้ยุโรปที่ออกโดยรัฐบาลกลางและสถาบันการเงินที่ ECB กำหนด และจะเข้าซื้อในตลาดรอง (Secondary market) ซึ่งเป็นตราสารหนี้อายุ 2-30 ปีเท่านั้น เม็ดเงินที่ออกมาทั้งหมดจะหมุนเวียนในตลาดยุโรป และไม่ได้มีเม็ดเงินจากการทำ QE โดยตรงที่ออกมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงนอกยุโรป

• อย่างไรก็ตามเรามองว่าสภาพคล่องส่วนเกินที่จะเกิดขึ้นในตลาดการเงินยุโรปในระยะต่อไป รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อการออก QE ที่จะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปปรับลดลง รวมถึงกดดันให้ค่าเงินเงินยุโรปอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับพันบัตรและค่าเงินในสกุลอื่น อาจจะทำให้มีเม็ดเงินจากตลาดการเงินในยุโรปไหลออกมาเข้าสินทรัพย์เสี่ยงสกุลอื่น โดยเฉพาะในรูปของการกู้ยืมเงินสกุลยูโร (EURO Carry Trade) พิจารณาเฉพาะประเทศไทย หากมีเม็ดเงินเข้ามา เชื่อว่าระยะแรกจะเข้ามาในตลาดตราสารหนี้มากกว่าตลาดหุ้นไทย เนื่องจาก SET Index ณ ระดับปัจจุบันยังคงมีราคาแพง (22x Trailing P/E ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี) ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มถูกปรับลดได้อีก จนระยะหนึ่งที่ตลาดตราสารหนี้เริ่มมีราคาแพง เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

• นอกจากนี้ตลาดการเงินอาจตอบสนองเชิงบวกต่อการทำ QE ของ ECB ไปบ้างแล้ว สังเกตจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ยุโรปที่มีทิศทางปรับลดลง และค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี และเมื่อเทียบกับไทย ค่าเงินยูโรเทียบค่าเงินบาทล่าสุด อ่อนค่าสุดในรอบ 15 ปี และอ่อนค่าแล้วกว่า11% จากต้นปี รวมถึงอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้รัฐบาลไทยอายุ 2 ปีปรับลดลงแล้วกว่า 50bps จากระดับสูงสุดกลางปีที่แล้วบ่งบอกว่า มีการเข้ามาเก็งกำไรประเด็นนี้กันไปบ้างแล้ว แต่เมื่อพิจารณาการทำ QE อย่างต่อเนื่องโดยมีเม็ดเงินสูงถึง 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน เราเชื่อว่าในที่สุดประเด็นนี้จะสนับสนุนสภาพคล่องทางการเงินและเงินไหลเข้าในภูมิภาคในระยะต่อไป การปรับลดลงของ SET Index ในช่วงนี้ที่เราจึงยังมองว่าเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นเพื่อรอการปรับขึ้นของ SET Index ในระยะถัดไปเมื่อผลของการทำ QE สำแดงผล (Earning Yield Gap ระหว่าง SET Index กับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปีปัจจุบันอยู่ที่ 3.1% ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 30 bps เทียบกับดัชนีราว 70 จุดจากระดับปัจจุบัน หรือที่ราว 1630 จุด จึงเชื่อว่ามีโอกาสที่ SET Index มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับดังกล่าวได้จากกระแสการทำ QE ของ ECB)

• ในเชิงกลยุทธ์สำหรับการลงทุนไม่เกิน 1 เดือน เราแนะนำ หาก SET อ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1540 จุดหรือต่ำกว่า ควรเป็นโอกาสสะสม หุ้นกลุ่มนำตลาดที่เป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ อาทิกลุ่มพลังงาน (BANPU PTT PTTEP PTTGC) กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และสื่อสาร (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) เพื่อรอขายช่วงที่ SET รีบาวน์ขึ้นไปแถว 1600 จุดหรือสูงกว่า