วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายแบงก์รับสินเชื่อตจว.ชะลอ

"แบงก์" เผยสินเชื่อต่างจังหวัดชะลอต่อเนื่อง เหตุภาคเกษตรรับผลกระทบจากราคาที่ปรับลดลง ลุ้นครึ่งปีหลัง หวังงบรัฐหนุนความต้องการสินเชื่อเพิ่ม

 เริ่มเห็นสัญญาณ"เบิกจ่าย-ประมูลโครงการ"แล้ว ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวยังชะลอในตลาดที่พึ่งรัสเซีย พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าด้านสภาพคล่อง "ประยุทธ์" สั่ง "คลัง-ออมสิน-ยุติธรรม" เร่งทำมาตรการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพรายได้น้อย-หนี้สินสูง โดยเฉพาะครู-เกษตรกร


จากทิศทางราคาสินค้าเกษตรที่ได้ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้านี้ กระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่อยู่ในต่างจังหวัดค่อนข้างมาก โดยนายอุดมศักดิ์ โรจน์วิบูลย์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ความต้องการสินเชื่อในไตรมาสแรกของปีนี้ยังทรงตัวกว่าที่คิดไว้ และชะลอตัวกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนๆ


ดังนั้นไม่ใช่เรื่องของฤดูกาลแล้ว เพราะช่วงต้นปี ควรมีการใช้จ่ายมากกว่านี้ แต่ในขณะนี้ยังซึมๆ ทั้งนี้ยังเชื่อว่า ภาพรวมทั้งปีนี้ยังดีกว่าปีที่ผ่านมาตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารยังเชื่อว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งปีนี้ จะเติบโตในระดับ 8% โดยจะเติบโตจากธุรกิจต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ


แม้สินเชื่อต่างจังหวัดจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตร แต่จะเริ่มเห็นว่าราคายางพาราและข้าวเริ่มดีขึ้นแม้จะยังไม่เท่าปีก่อนๆ ก็ตาม ขณะที่ภาครัฐจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน แม้ยังไม่เห็นชัดเจนในขณะนี้ แต่เชื่อว่าไตรมาส 3 จะเริ่มเห็นมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีการประมูลโครงการให้เห็นบ้างแล้ว


เน้นปล่อยกู้ลูกค้าศักยภาพสูง
นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การขยายธุรกิจต่างจังหวัดขณะนี้ ยังชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2557 หลังจากกำลังซื้อของเกษตรการลดลงตามรายได้ที่ลดลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน กระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยและการชำระหนี้ ในส่วนของธนาคารต้องเลือกกลุ่มลูกค้าที่ยังมีศักยภาพที่จะปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจยังเติบโตได้


"ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะประเมินว่า สินเชื่อจะเติบโตได้เพียงใด เนื่องจากเหตุการณ์ทั้งในและต่างประเทศยังมีความผันผวน โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรที่ต้องตามเศรษฐกิจโลก"นายศิริเดช กล่าว


อสังหาฯตจว.เหนื่อยผันสู่อพาร์เม้นท์ให้เช่า
นายวิพล วรเสาหฤท ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาคเกษตรเริ่มทรงตัวและไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิมแล้ว ถือเป็นแนวโน้มที่ดี เช่นเดียวกับเต้นรถมือสองที่ราคาเริ่มนิ่ง และอยู่ระหว่างปรับสภาพ
ขณะเดียวกันเม็ดเงินลงทุนที่เริ่มเบิกจ่าย เริ่มทำให้มีความต้องการธุรกิจซื้อมาขายไปปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด ยังเหนื่อยจากการที่รายใหญ่เข้าไปรุกตลาดมากขึ้น


โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งบางรายผันตัวเองไปทำธุรกิจอพาร์เม้นท์ให้เช่าแทน ในส่วนของคุณภาพหนี้เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ผู้ประกอบการมองเห็นช่องทางมากขึ้น


"ในช่วง 2 เดือนแรกของปีความต้องการยังไม่เห็นมากนัก แต่ผู้ที่อยู่รอดมาถึงวันนี้ก็ถือว่าปรับตัวมาเยอะแล้ว ภาพรวมตลาดยังทรง ๆ ไม่ได้โตเยอะ แต่ช่วงครึ่งหลังของปีเราเคยมองว่าจะดีขึ้น หากภาครัฐสามารถผลักดันงบลงทุนออกมาได้" นายวิพล กล่าว


เผยลูกค้ารับผลกระทบพึ่งพิงตลาดรัสเซีย
ภาคการท่องเที่ยว ยังได้รับผลกระทบจากรัสเซีย โดยเฉพาะภูเก็ต พัทยา เริ่มเห็นผู้ประกอบการบางรายมีปัญหา จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าลูกค้าในพอร์ตของธนาคาร 10 รายที่พึ่งพิงตลาดรัสเซียเป็นหลัก ซึ่งธนาคารได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายๆ ส่วนหนึ่งปรับตัวมาพึ่งนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น


ทหารไทยรับตลาดตจว.ชะลอตัว
ด้านนายไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมการขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีในไตรมาสแรกยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังไม่ชัดเจนแต่ถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน


ราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง ทำให้ธุรกิจต่างจังหวัดของธนาคารชะลอตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจยางพารา ต้องมีการบริหารสต็อกสินค้าด้วยการรับซื้อของใหม่ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนเดิมและขายให้ถูกลง ส่วนธุรกิจอุปโภคบริโภคเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย และเริ่มเห็นการใช้จ่ายภาครัฐมากขึ้น ซึ่งจะเห็นการเบิกจ่ายที่ดีขึ้นช่วงที่เหลือของปี


"ความต้องการสินเชื่อในกรุงเทพฯ ยังเติบโตได้อ่อนๆ แต่ความต้องการในต่างจังหวัดยังไม่ค่อยขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ยังนิ่ง และเป็นปัจจัยหลักของธุรกิจต่างจังหวัด แต่เริ่มเห็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐเริ่มดีขึ้น โดยเป้าหมายสินเชื่อของธนาคารยังมองที่ 10-15% ในปีนี้ แต่เน้นการสร้างรายได้มากกว่า"


นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ซึ่งธนาคารเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในภาคเกษตร เช่นเดียวกับ ภาคท่องเที่ยวที่ได้มีมาตรการมาก่อนหน้านี้ โดยเน้นการดูแลสภาพคล่องให้ลูกค้าเป็นหลัก


สั่งช่วยเหลือแก้หนี้ผู้มีรายได้น้อย
ขณะที่ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย หรือเป็นกลุ่มอาชีพที่มีหนี้สินมาก เช่น ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพรับจ้าง ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น


ดังนั้น จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพาณิชย์ ไปทำงานร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางลดภาระหนี้ โดยใช้วิธีปรับหนี้ ให้เร่งจัดทำมาตรการมาเสนอ ให้ครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือประชาชน


กำชับมาตรการปรับหนี้ต้องเหมาะสม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กำชับว่า มาตรการการปรับหนี้ ให้คำนึงถึงการให้ความรู้กับประชาชนในการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสม สร้างวินัยการเงินเพื่อลดปัญหาหนี้สินระยะยาว และสั่งให้ฝ่ายความมั่นคง และคสช.สนับสนุนการดำเนินการขึ้นทะเบียน ของผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการที่จะกำหนดขึ้นด้วย


"นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุม ครม.หลายครั้ง เกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มต่างๆ ให้ทำมาตรการครอบคลุมทุกอย่าง ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดดอกเบี้ย และมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรี สั่งให้ทำมาตรการมาเสนอ ครม.ภายในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่คาดว่า หน่วยงานต่างๆ ยังทำงานร่วมกันอยู่ จึงยังไม่ได้เสนอเข้ามาให้ ครม.พิจารณา" แหล่งข่าวกล่าว


ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มอนุมัติให้ภาคเอกชนปล่อยสินเชื่อ Nano-Finance ให้กับประชาชนในเดือน เม.ย.นี้


จี้"คลัง-ออมสิน-ยุติธรรม"เร่งสางหนี้ครู
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกมาตรการช่วยเหลือ และแก้ปัญหาหนี้สินอาชีพต่างๆ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมครม.ว่า การแก้ปัญหาหนี้สินของครู นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า ขณะนี้มีข้าราชการครูที่แจ้งความจำนงค์ ขอให้รัฐช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่มีจำนวน 200 คน มีหนี้สินรวมกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าที่กองทุนช่วยเหลือข้าราชการครูจะให้การช่วยเหลือได้


"วันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.) กระทรวงศึกษาธิการ จะประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน กระทรวงยุติธรรม เพื่อหาทางแก้ไขหนี้สินของครู โดยเฉพาะรายที่มีหนี้สินสูง ต้องหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน"


ด้าน นางสุทธศรี กล่าวว่า ข้อเสนอของครู ขอให้มีมาตรการ เช่น พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย หรือขยายเวลาคืนหนี้ถึง 75 ปี จากเดิมกำหนดไว้ถึงอายุ 60-65 ปี


ส่วนมาตรการช่วยเหลืองเกษตรกรขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เสนอแนวทางพักหนี้เกษตรกร ยืดเวลาชำระหนี้ โดยมอบหมายให้กรมบัญชีกลางนำมาตรการที่เสนอมาไปศึกษา ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาต่อไป