มูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพงและงบดุลแข็งแกร่งเป็นประเด็นน่าลงทุนสำคัญ
เราคงแนะนำ ซื้อ KTC และปรับราคาเป้าหมายปี 58 เป็น 110 บาท/หุ้น หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น เราชอบ KTC จาก 1) แนวโน้มการทำกำไรที่ยังโตสดใส ซึ่งคาดจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปี 58 2) งบดุลแข็งแกร่งกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน และ 3) มูลค่าหุ้นยังไม่แพง เมื่อเทียบกับกลุ่ม ( PER ปี 58 ที่ 11 เท่า เทียบกับเฉลี่ยของกลุ่มการเงินในประเทศที่ 18 เท่า และเฉลี่ยกลุ่มในภูมิภาคที่ 14 เท่า)
เป้าหมายทางการเงินปี 58 ยังสะท้อนโมเมนตัมการเติบโตดีต่อ
KTC เผยเป้าหมายทางธุรกิจหลักสำหรับปี 58 ซึ่งเรามองว่ายังสะท้อนแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งในระยะยาวของบริษัท โดย KTC มุ่งเน้นกลยุทธ์ 1) เพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น 2) ขยายธุรกิจบริการร้านค้ารับบัตร (merchant acquisition business) เชิงรุกมากขึ้น และ 3) เพิ่มประสิทธิภาพด้าน synergy จากการทำ cross-selling ภายในกลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทจะมีการทำโครงการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ (rebranding program) ซึ่งคาดจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ระยะยาวให้กับบริษัท
ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 58-59 ขึ้น 5-9%
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 58-59 สำหรับ KTC ขึ้น 5% และ 9% ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานปี 57 ล่าสุด รวมถึงเป้าหมายการดำเนินงานปี 58 ของบริษัท สาเหตุสำคัญสำหรับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น ได้แก่ แนวโน้มสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิสูงกว่าคาด รวมทั้งรายได้จากหนี้สูญรับคืนมากกว่าคาด หลังการปรับเพิ่มประมาณการ เราได้ปรับราคาเป้าหมายปี 58 ขึ้น สำหรับ KTC เป็น 110 บาท/หุ้น (คิดเป็น P/BV เป้าหมาย 3.2 เท่า) จากเดิม 87 บาท/หุ้น
กำไรปี 58 ยังแข็งแกร่ง
เรายังคาดว่า KTC จะแสดงกำไรที่กลับมาโตมีเสถียรภาพมากขึ้นและยังคงแข็งแกร่งและต้านปัจจัยลบได้ดีขึ้น โดยคาดกำไรโต 19% ในปี 58 และ 17% ในปี 59 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนี้ ส่วนแบ่งตลาดบัตรเคดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการทำธุรกรรม cross selling ดีขึ้นภายในกลุ่ม จะเป็นปัจจัยหนุนอีกประเด็นหนึ่ง









