ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
แนวโน้ม 1Q58 ฟื้น
แนวโน้มของราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว จะทำให้ PTT และบริษัทในกลุ่ม ไม่มีความเสี่ยงต่อการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (4Q58: PTT และ PTTEP มี Impairment loss รวม 4 หมื่นล้านบาท) และผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (4Q58: กลุ่มธุรกิจการกลั่นมี Stock Loss รวม 2.1 หมื่นล้านบาท) เราเชื่อว่าปัจจัยบวกดังกล่าวเพียงพอที่จะผลประกอบการ 1Q58 พลิกกลับมาเป็นกำไร ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีคาดว่าจะฟื้นตัวจากผลขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ใน 4Q57 มาเป็นกำไรใน 1Q58 ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจกลั่นที่ปัจจุบันค่าการกลั่นสิงค์โปร์ปรับเพิ่มกว่า 26%QoQขณะที่ยอดขายจากกลุ่มธุรกิจหลักของ PTT ยังคงทรงตัว QoQ
คาดกำไรปี 58 ปรับเพิ่ม 46%YoY
ราคาหุ้น PTT ปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตอบรับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใกล้เคียงที่จะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะการทยอยปรับราคา LPG (จาก 333 เหรียญ เป็น 498 เหรียญต่อตัน) และการปรับราคา NGV (จาก 10.5 บาท เป็น 13 บาทต่อกิโลกรัม) ในช่วงที่ผ่านมา จะมารับรู้เต็มในปี 2558 ด้านหนึ่งจะช่วยให้ PTT มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เนื่องจากไม่ต้องแบกรับภาระการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงเหมือนในอดีต ขณะที่การดำเนินงานปกติมีความเสี่ยงลดลง หลังราคาน้ำมันดิบปิด ณ สิ้นปี 2557 ต่ำถึง 53 เหรียญต่อบาร์เรล จำกัด Down-side ของผลประกอบการ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ของ PTT ไว้ที่ 8.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%YoY
เรื่อง BCP และ GPSC จะชัดเจนใน 1H58
PTT คาดว่าจะสามารถสรุปการขาย BCP ทั้งหมดภายใน 1Q58 โดยปัจจุบัน PTT ตัดสินในขายสัดส่วนการถือหุ้น 15% ใน BCP ให้กับกองทุนวายุภักษ์ คงเหลือเพียง 12% เท่านั้น ผู้บริหารเชื่อว่าจะสามารถสรุปเรื่องการขายหุ้น BCP ได้ทั้งหมดภายใน 1Q58 ขณะที่การนำบริษัท GPSC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2Q58 โดย PTT วาง GPSC เป็น Flagship ทางด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าของกลุ่ม PTT โดยปัจจุบัน GPSC มีกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 1,825 เมกะวัตต์ มีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2,71 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562
ยังมี Upside จากมูลค่าเหมาะสมปัจจุบัน
ยังมีโอกาสปรับประมาณการกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสมจาก (1) การปรับราคา NGV เราคาดหมายที่จะเห็นการประกาศปรับราคา NGV ในปี 2558 เพิ่มอีกอย่างน้อย 2 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามแผนการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งนั้นหมายถึงจะทำให้กำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสมของ PTT ปรับเพิ่มขึ้น โดยเรายังคงสมมติฐานเดิมว่า การปรับราคา NGV เพิ่มทุกๆ 1 บาทต่อกิโลกรัม จะทำให้กำไรสุทธิ PTT เพิ่มขึ้น 3.2 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นอีก 8 บาท (2) กำไรพิเศษที่เกิดจากการขาย BCP และ SPRC และ (3) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทย่อยด้วยการนำ GPSC เข้าตลาดฯ จะเป็น Upside ของ PTT จากมูลค่าเหมาะสมปัจจุบันที่เราประเมินไว้ที่ 385 บาท ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน PTT กลับมา Upside 17% (รวมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3%) ทำให้เราปรับคำแนะนำจาก “เก็งกำไร” มาเป็น “ซื้อ”









