วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่น'ผังใหม่'มาบตาพุด กระทบความมั่นคงศก.

หวั่น "ผังใหม่" มาบตาพุด กระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ อุตฯ โอดท้องถิ่นทำตามชุมชน หวั่นขีดเส้นขยายโรงงาน

อุตสาหกรรมเร่งหารือกรมโยธาฯ แก้ไขผังเมืองมาบตาพุด หวั่นกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เหตุเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ หลังแก้ไขในหลายพื้นที่ พากันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งผลกระทบโรงงานนับพันแห่งห้ามขยายกิจการ แนะชุมชนคลายความกังวล ป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมเต็มที่


นายสมชาย หาญหิรัญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการปรับปรุงผังเมืองรวมบริเวณอุตสาหกรรมหลักและชุมชนมาบตาพุด จ.ระยอง ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 4 ประชุมคณะกรรมการผังเมืองพิจารณาร่างผังเมืองรวม เนื่องจากเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทย และหากมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม กำหนดพื้นที่ของภาคอุตสาหกรรม ที่พักอาศัย เขตพาณิชยกรรม และพื้นที่เกษตรกรรมไม่สมดุล ก็จะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้


ที่ผ่านมามีผังเมืองชุมชนในหลายจังหวัดได้มีการปรับปรุงอย่างไม่เหมาะสม พื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรมถูกลดลงมาก ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเดิมที่เข้าไปตั้งโรงงานตั้งแต่ก่อนออกประกาศผังเมือง ทำให้ไม่สามารถตั้งหรือขยายโรงงานได้ และส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวได้ยาก และกระทบต่อการแปรรูปสินค้าเกษตรในพื้นที่รวมทั้งในบางพื้นที่กว่าจะออกผังเมืองมาได้ก็ใช้เวลา 5-6 ปี ทำให้การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เปลี่ยนไป ไม่สะท้อนกับความเป็นจริง


"มองว่าในหลายพื้นที่ควรจะปรับปรุงผังเมืองรวมใหม่ ให้เหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน"


ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ได้มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรกรรมมากขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง 64 ประเภท จำนวนหลายพันโรงงานที่ไม่สามารถตั้งหรือขยายโรงงานได้ ซึ่งรวมไปถึงโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร อาหารแปรรูปยาง และโรงงานอื่นๆ อีกมาก ที่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในพื้นที่ไม่สามารถตั้ง หรือขยายโรงงานได้ ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการโรงงานได้รับความเดือดร้อน สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ และมีต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น รวมไปถึงอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ เช่น คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ ก็ไม่สามารถตั้งได้


ธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องอยู่ตามแนวถนน หรือทางรถไฟ ดังนั้นจึงควรแก้ไขผังเมืองให้สอดรับต่อศักยภาพของพื้นที่ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุล


"กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชน ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก เพราะในขั้นตอนการทำผังเมืองมีทั้งหมด 18 ขั้นตอน แต่ขั้นตอนที่สามารถแก้ไขในรายละเอียดผังเมืองได้จะอยู่ในขั้นตอนที่ 4-5 ซึ่งเป็นการพิจารณาในระดับชุมชน ที่ภาคประชาชนส่วนใหญ่มองอุตสาหกรรมในด้านลบ ดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรม และเอกชนก็คัดค้านได้ยาก อีกทั้งเทศบาล รวมไปถึงหน่วยงานระดับจังหวัดที่เป็นคณะกรรมการผังเมืองก็มักจะจัดทำผังเมืองให้สอดคล้องไปตามความต้องการของชุมชน" นายสมชาย กล่าว


อย่างไรก็ตามยอมรับว่าที่ผ่านมาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมบางแห่งยังทำงานไม่เต็มที่ ปล่อยปละละเลยจะส่งผลกระทบต่อชุมชน จึงทำให้ชาวบ้านไม่ไว้ใจโรงงาน แต่ทั้งนี้โรงงานในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งส่วนราชการที่ควบคุมกำกับดูแลได้มีการปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายปรับมุมมอง และเปิดโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น และมาร่วมวางแนวทางกำกับดูแล เพื่อให้โรงงานสามารถอยู่ร่วมกันกับชุมชนได้ และขจัดโรงงานที่ไม่รับผิดชอบออกไป ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่โรงงานสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน