ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งอย่างแข็งแกร่ง
ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี
ICHI ครองส่วนแบ่งอันดับ1 เป็นปีที่สองติดต่อกันตามการรายงานส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่มของ Nielsen ในปี 2557 โดย ICHI ครองส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 43.8% จาก 41.2% ทิ้งห่างOISHI ที่มีส่วนแบ่งลดลงจาก 38.6% มาเป็น 37.7% ดังนั้นแม้ว่ามูลค่าตลาดภาพรวมหดตัวลงราว 5% อยู่ในระดับ 1.54 หมื่นล้านบาท แต่เราเชื่อว่าผลประกอบการทั้งปี 2557 ของ ICHI ที่เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ1.1 พันล้านบาท ขยายตัว 25% เป็นผลจากอัตรากำไรสูงขึ้นเป็น 33.5% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการลดสัดส่วนจ้างผลิตภายนอก เรามอง ICHI จะรักษาส่วนแบ่งตลาดราว 40% ไว้ได้อย่างน้อยอีก 3 ปีข้างหน้าจากการเป็นผู้นำนวัตกรรมตลาดรูปแบบใหม่
อัตรากำไรลดลง แต่การเติบโตน่าสนใจ
เราประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ ICHI ในช่วงปี 2557 – 2560 แนวโน้มลดลงจากระดับ 34% เป็น 31%สาเหตุหลักคือ บริษัทมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ “ไบเล่” (สัดส่วนรายได้ราว 10%) และสมมติฐานการเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตของเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มในอัตรา 10% อย่างไรก็ตามเรามองยอดขาย ICHI ยังอยู่ในช่วงขยายตัวจากการขยายตลาด การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และ การเสริมรายได้ด้วยการเป็นผู้รับจ้างผลิต ส่งผลให้เราคาดรายได้และกำไรสุทธิใน 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตได้ต่อเนื่องเฉลี่ย 14% และ 12% ตามลำดับ
ศักยภาพสูงกว่าคู่แข่ง
การขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 20% เป็น 1.2 พันล้านขวดต่อปี (จาก 1 พันล้านขวด) ในปีนี้จะทำให้ ICHI ได้รับประโยชน์จากการประหยัดขนาด ลดความรุนแรงของผลกระทบการจัดเก็บภาษีฯในระยะยาว และจากมุมมองของเราคาดตลาดชาพร้อมดื่มจะเติบโตชะลอตัวลงในระดับ 5 – 7% ต่อปี เราจึงชอบแผนการขยายตลาดใหม่ๆ ของ ICHI โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซียที่มีช่องว่างการเติบโตสูงและ ICHI ร่วมทุนกับพันธมิตรที่แข็งแรงทำให้มีศักยภาพแข่งขันได้ ในขณะที่ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศยังเป็นฐานยอดขายที่มั่นคงจากการเป็นผู้นำตลาด ส่งผลให้ ICHI มีศักยภาพการเติบโตในอนาคตที่ดีกว่าคู่แข่งที่มีแนวโน้มเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ ICHI อย่างต่อเนื่อง
ราคาสะท้อนประเด็นบวกไปแล้ว
เราปรับมูลค่าเหมาะสมปี 58 ของ ICHI ที่ 24.40 บาท ด้วยวิธี 26xP/E’58 อ้างอิงจาก +1SD ของค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 1 ปีของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม แต่ด้วยราคาซื้อขายปัจจุบันที่ 25xP/E’58 เรามองว่าตอบรับประเด็นบวกไปมากแล้ว จึงแนะนำเพียง “เก็งกำไร” ในประเด็นการเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม รวมถึงมีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจจากกำไรสุทธิเติบโตสูงกว่าคู่แข่งและฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งด้วยกระแสเงินสดเฉลี่ยกว่าปีละ 1 พันล้านบาทเพียงพอสำหรับการขยายกำลังการผลิตและการจ่ายเงินปันผล








