กรมประมงเตรียมเสนอครม.อนุมัติกรอบเจรจาทำการประมงร่วมอินโดนีเซีย หวังหาข้อยุติหลังออกประกาศระงับต่อใบอนุญาตทำประมงกับบริษัทร่วมทุนอินโดนีเซีย
ตามที่กระทรวงกิจการทางทะเลและประมงของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้ออกกฎกระทรวงระงับการต่อใบอนุญาตการทำประมง เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.2557 โดยมีผลถึงวันที่ 30 เม.ย. 2558 นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมงของไทย ที่เข้าไปทำประมงในลักษณะร่วมทุน กับเอกชนอินโดนีเซีย ซึ่งตามกฎระเบียบการร่วมทุน เรือประมงไทยต้องถอนทะเบียนเรือไทย และโอนสัญชาติเป็นเรือประมงอินโดนีเซียก่อนจึงจะขอใบอนุญาตทำประมงในน่านน้ำได้
นอกจากนี้ ยังออกกฎระเบียบกำหนดให้เรือประมง ที่ต่อจากต่างประเทศใช้ลูกเรือประมงอินโดนีเซียทั้งหมด ส่งผลให้ปัจจุบันเรือบรรทุกสัตว์น้ำของไทย 4 ลำ เรือประมงภายใต้บริษัทร่วมทุนต้องเป็นสัญชาติอินโดนีเซียแล้วประมาณ 200 ลำ มีคนงานในเรือทั้งสิ้น 5,000 คน ต้องจอดเทียบท่าที่ท่าเรืออินโดนีเซีย โดยทางการอินโดนีเซียไม่อนุญาตให้นำสัตว์น้ำกลับมาไทย ทำให้บริษัทร่วมทุนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเรือประมง ลูกเรือ และสัตว์น้ำบนเรือ เป็นเงินประมาณ 1.5ล้านบนบาทต่อลำต่อเดือน
วาง5แนวทางถกประมงไทย-อินโดฯ
ปัญหาดังกล่าวกรมประมงได้เจรจากับ Dr. Gellwynn Jusuf อธิบดีกรมจับสัตว์น้ำของอินโดนีเซีย ใน 5 ประเด็นหลัก 1. การจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียว่า ด้วยความร่วมมือด้านการประมงฉบับใหม่ ซึ่งขอบเขตความร่วมมือตามที่ได้ระบุไว้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ เช่น การป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม โดยอาศัยเวทีการประชุมระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี การส่งเสริมมาตรการของรัฐเจ้าของท่าเรือเพื่อป้องกันยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม การแบ่งปันข้อมูลและข้อสนเทศเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออกผลิตภัณฑ์ประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำ หากมีใบรับรองการจับสัตว์น้ำ และการจดทะเบียน หรือการจดทะเบียนเรือประมงตามที่ร้องขอ และส่งเสริมการลงทุนด้านการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูป
ชงครม.อนุมัติกรอบเอ็มโอยูร่วม
สำหรับร่างเอ็มโอยูดังกล่าว ได้ข้อยุติจากฝ่ายไทยและอินโดนีเซียแล้ว ในส่วนของไทยอยู่ระหว่างเสนอครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนลงนามร่วม จากการเจรจากับฝ่ายอินโดนีเซีย ปรากฏว่าอินโดนีเซียขอให้ไทยรอให้ครบกำหนดของการระงับการต่อใบอนุญาตการทำประมงชั่วคราว ซึ่งจะครบวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดยอินโดนีเซียจะปรับนโยบายพิจารณาจากผลการประเมินของตรวจสอบเรือประมงภายใต้บริษัทร่วมทุน ระหว่างเอกชนไทยและอินโดนีเซียที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
2. อินโดนีเซียจะขอแลกเปลี่ยนข้อมูลการถอนทะเบียนเรือประมงไทยที่ทำประมงร่วมกับเอกชนอินโดนีเซีย รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำจากอินโดนีเซีย ซึ่งไทยแจ้งว่าเรื่องนี้ถูกบรรจุอยู่ภายใต้เอ็มโอยู เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่แล้ว ไทยยินดีที่จะปฎิบัติตามหลังลงนามในร่างเอ็มโอยูทั้งสองฝ่ายแล้ว
ไทยขอเปลี่ยนข้อบังคับต้องห้าม
3.ไทยขอรายละเอียดขั้นตอนของการตรวจสอบ ตามกฎกระทรวงกิจการทางทะเล และประมง ฉบับที่ 56/2014 ลงวันที่ 3 พ.ย.2557 เกี่ยวกับการระงับการออกใบอนุญาตต่างๆ และข้อเสนอการใช้มาตรการอนุรักษ์อื่นๆ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2/2015 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2558 ว่าด้วยการสั่งห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนล้อมทำการประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยเสนอให้อินโดนีเซียพิจารณาใช้มาตรการอื่นๆ เช่น กำหนดเขตทำการประมงและเขตอนุรักษ์ รวมทั้งกำหนดขนาดตาอวนที่เหมาะสม พร้อมให้เวลาปรับเปลี่ยนแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งอินโดนีเซียขอให้ไทยทำหนังสือเป็นทางการจะได้หารือเชิงเทคนิคที่ชัดเจน
4. อินโดนีเซียย้ำว่ามีนโยบายในการแยกประเภทเรือ ที่ทำประมงร่วมทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายออกจากเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย 5. อินโดนีเซียรับทราบข้อเสนอของไทยที่จะให้องค์การสะพานปลา ช่วยผู้ประกอบการประสานการทำประมงร่วมกับอินโดนีเซีย รวมถึงการให้ไทยแสดงเจตจำนงที่จะให้มีความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ช่วยกันควบคุม และกำกับดูแล ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
ชื่นชมไทยออกกม.ประมงใหม่
ทั้งนี้ ในการร่วมเจรจา อินโดนีเซีย ยินดีที่ไทยมีพ.ร.บ.การประมงฉบับใหม่ เป็นกลไกสำคัญการบริหารจัดการการทำการประมงนอกน่านน้ำไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการต่อต้านการทำการประมงผิดกฎหมาย และพอใจ ที่พ.ร.บ. การประมงฯ ฉบับใหม่มีการปรับบทลงโทษสำหรับเรือประมงไทย ที่ออกไปทำการประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการกำหนดให้เรือประมงติดตั้งระบบติดตามเรือด้วยดาวเทียม
“จากการเจรจาความร่วมมือทำการประมงระหว่างไทยกับอินโดนีเชียครั้งนี้ จะทำให้ไทยและอินโดนีเซียสามารถลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจร่วมกันได้ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาการทำประมงที่เกิดขึ้น” นายจุมพล กล่าว






