ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
ประเด็นการลงทุน
การคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่มีแนวโน้มออกมาน่าผิดหวังอย่างมากส่งผลให้เราทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลดลงจากเดิม เนื่องจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ยังคงชะลอตัว รวมถึงมาร์จิ้นของธุรกิจขายเครื่องที่ยังลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลดลงด้วยเช่นกันเพื่อสะท้อนปัจจัยการแข่งขันด้านราคาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมขายเครื่องโทรศัพท์ รวมถึงมาร์จิ้นของ SIM ที่มีแนวโน้มลดต่ำลงกว่าเดิม เราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของ SIM ลดลงอีก 28% (เหลือ 3.6 บาทต่อหุ้น) และปรับลดคำแนะนำหุ้น SIM ลงจาก ซื้อ เป็น ถือ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงมากขึ้นสำหรับทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ความยากลำบากมากขึ้นสำหรับการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้เท่ากับในปี 2557
ส่องกล้องไตรมาส 4/57—กำไรลดลงอย่างมาก
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 37 ล้านบาท ลดลง 51% ทั้ง YoY และ QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษซึ่งได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2 ล้านบาทและกำไรจาการขายสินทรัพย์ 1 ล้านบาท กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 62% YoY และ 47% QoQ กำไรหลักที่ลดลงอย่างมากเนื่องมาจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากซึ่งเป็นผลมาจากการหั่นราคาขายเครื่องเพื่อเคลียร์สต็อกสินค้าคงคลัง รวมถึงการทำการตลาดและโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายและสร้างแบรนด์ดิ้งเพิ่มมากขึ้นภายใต้ภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมขายเครื่องโทรศัพท์โดยรวมที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 4/57 ถือว่าผิดหวังมาก ทั้งๆ ที่มีการขายบิ๊กล๊อตให้กับ DTAC จำนวน 5 แสนเครื่องในไตรมาส 4/57 เราประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 17.7% ในไตรมาส 4/57 ลดลงจาก 24.1% ในไตรมาส 4/56 และ 22.6% ในไตรมาส 3/56
ในไตรมาส 4/57 บริษัททำการขายเครื่องไปทั้งสิ้นจำนวน 1.33 ล้านเครื่อง (ซึ่งรวมการขายบิ๊กล้อตให้กับ DTAC ไปแล้ว) หรือเพิ่มขึ้น 32% YoY และ 33% QoQ และจากจำนวนยอดขายเครื่องทั้งหมด 1.33 ล้านเครื่องแบ่งเป็นสมาร์ทโฟนจำนวน 1.23 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 119% YoY และ 72% QoQ เราคาดว่าราคาขายเครื่องเฉลี่ยในไตรมาส 4/57 มีแนวโน้มอยู่ที่ 2,340 บาท ลดลง 11% YoY และ 14% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเครื่องเฉลี่ยของบิ๊กล็อตที่ขายให้กับ DTAC อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเพียงแค่ 2 พันบาทต่อเครื่อง เราคาดรายได้ธุรกิจคอนเท้นต์ไตรมาส 4/57 ที่ 117 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 1% QoQ ซึ่งถือว่าอ่อนตัวลง เราประมาณการว่าจำนวนผู้ใช้บริการเอ็มวีเอ็นโอ ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 6.14 แสนราย เพิ่มขึ้น 41% YoY และ 1% QoQ ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้บริการเอ็มวีเอ็นโอจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เรายังคงคาดว่าธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอในไตรมาส 4/57 จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาทหรือขาดทุนลดลง 36% YoY แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น 54% QoQ
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557-58 ลดลงจากเดิม
เราปรับลดการประมาณกำไรสุทธิ 21% สำหรับปี 2557 (714 ล้านบาท) จากการคาดการณ์กำไรปี 2557 ปรับตัวลดลง (สืบเนื่องจากหดตัวของกำไรขั้นต้น และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร) และกำไรสุทธิลดลง 27% ในปี 2558 (800 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนสมมติฐานของปริมาณการขายชุดหูฟังที่ลดลง และการลดลงของกำไรขั้นต้น ในปี 2558 (จากการเพิ่มขึ้นของแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในการเป็นผู้นำด้านราคาในอุตสาหกรรมชุดหูฟัง และการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคืที่ยังอ่อนแอใน ไตรมาส 1/58)
เราปรับลดการประมาณการปริมาณการขายชุดหูหังในปี 2558 ลง จาก 5.3 ล้าน เหลือ 5.1 ล้าน ซึ่งเป็นการปรับที่ระมัดระวังมากกว่าเป้าหมายปี 2558 ของบริษัท ที่กำหนดไว้ 5.5 ล้าน และปรับลดการคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นจาก 21.9% เหลือ 20.5% ในปี 2557 และ จาก 21.7% เหลือ 20.6% ในปี 2558 เราสมมติว่า ธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอจะสามารถไปถึงจุดคุ้มทุนได้ในปี 2558 (เอาชนะผลขาดทุน 67 ล้านบาทในปี 2557 และ สามารถไปถึงเป้าหมายของบริษัทในการทำกำไรในปี 2558)









