โบรกเกอร์ประเมินผลประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปีนี้โต 18% จากปีก่อน ตามการเติบโตของสหรัฐและจีน
นางสาวนารี อภิเศวตกานต์ นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2558 น่าจะเติบโตได้ประมาณ 18% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐที่น่าจะเติบโตดีต่อเนื่อง ส่วนประเทศจีนน่าจะเป็นอีกประเทศที่เติบโตได้เช่นกัน แม้จะเป็นการเติบโตในอัตราที่ลดลง เพราะฉะนั้นเชื่อว่ายอดขายและผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงดีต่อเนื่อง ส่วนผลประกอบการของแต่ละบริษัทนั้นจะแตกต่างกันไปตามการบริหารงาน
“การเติบโตของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในปีนี้ นอกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว น่าจะได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงด้วย และปัจจัยการเติบโตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การขยายกำลังการผลิต และลูกค้าใหม่ๆ ของแต่ละบริษัท ส่วนการขยายธุรกิจด้วยการควบรวมกิจการ มองว่าบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA คงเป็นบริษัทที่มีความพร้อมที่สุด ทั้งในด้านเงินทุนและประสบการณ์ในด้านนี้ ขณะที่บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และบริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI น่าจะเติบโตจากการขยายกำลังการผลิตของตัวเองเป็นหลัก” นางสาวนารี กล่าว
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะโดดเด่นในปีนี้คือ กลุ่มชิ้นส่วนที่ใช้กับสมาร์ทโฟน ตามแนวโน้มการเติบโตของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลก
บล.ฟิลลิป ประเมินว่า ราคาหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว จึงแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนเพียงเท่ากับตลาด โดยบริษัท เคซีอี น่าจะมีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นที่สุด ส่วนบริษัท เดลต้า ผลประกอบการอาจจะไม่โดดเด่นมากนัก ขณะที่บริษัท เอสวีไอ ยังคงได้รับผลกระทบจากโรงงานที่ไฟไหม้ แต่ราคาหุ้นน่าจะไม่ปรับตัวลงได้อีกมากนัก หลังจากที่บริษัทประกาศจะซื้อหุ้นคืน
ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมยังเติบโตต่อตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะเป็นบวกต่อผู้ประกอบการด้านต้นทุน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ แม้ว่าเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมแต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเกินกว่าราคาเป้าหมายทำให้เรายังคงแนะนำขายบริษัท เดลต้า และแนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนในบริษัท เอสวีไอ แต่ยังคงให้บริษัท เคซีอี เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มเนื่องจากมีค่าพีอีต่ำที่สุด กำไรโตที่สุด และมีอัพไซด์มากที่สุด
ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและมีแนวโน้มว่าจะอ่อนค่าลงจากระดับปัจจุบันได้อีกในปี 2558 หากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้น และมีการขึ้นดอกเบี้ยได้ภายในปี 2558 เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีรายได้มากกว่า 90% มาจากต่างประเทศและรับรู้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้รายได้ในรูปเงินบาทมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น และทิศทางที่ชัดเจนเอื้อต่อการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ประกอบการ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำเป็นบวกต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง อีกทั้งหากมีการปรับลดค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลักของผู้ประกอบการเช่นกัน จะเป็นอีกส่วนช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นปรับสูงขึ้น
ด้านบล.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทยังคงมีมุมมองบวกต่อกำไรจากการดำเนินงานปี 2558 ที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องอีก 15% จากปีก่อน เป็น 6,370 ล้านบาท จากยอดขายที่เติบโต 11% จากปีก่อน เป็น 47,700 ล้านบาท สูงกว่ายอดขายเพาเวอร์ซัพพลายทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโต 4.6% อิงประมาณการของ ไอเอชเอส เทคโนโลยี









