‘เดลต้า’ ตั้งเป้ารายได้-กำไรปีนี้โต 10% ทำจุดสูงสุดใหม่ 4 ปีติดต่อกัน จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาร์จินสูง
นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้และกำไรในปี 2558 จะทำจุดสูงสุดใหม่เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยตั้งเป้าเติบโตอย่างละ 10% จากปี 2557 เนื่องจากบริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อัตรากำไรสูง ได้แก่ พาวเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบโทรคมนาคม กังหันลมผลิตไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์และรถไฮบริด ทั้งนี้เชื่อว่าอัตรากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตขึ้นแตะ 14% จากปี 2557 อยู่ที่ 13.5%
“แม้ปีก่อนจะมีปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักกว่า 60% ของรายได้รวม แต่กำไรของบริษัทยังโตได้ 10% จากปี 2556 ทำให้บริษัทมั่นใจว่ากำไรในปี 2558 จะทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกแน่นอน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ทำให้ยอดขายจากผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตได้ตามปกติ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถส่งเข้าไปขายในยุโรปได้อีกด้วย นอกจากนี้การเติบโตของรายได้จากตลาดอาเซียนและอินเดียที่บริษัทเข้าไปบุกตลาดอย่างจริงจังจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนการเติบโตในปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปตั้งสำนักงานขายในเวียดนาม เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้จะยังใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีตลาดหลักคือยุโรปกว่า 60% ส่วนที่เหลือจะเป็นตลาดในสหรัฐและเอเชียซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ถึงแม้บริษัทจะรุกตลาดเอเชียมากขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้ที่น้อยอยู่ อาทิ รายได้จากอินเดียซึ่งบริษัทเข้าไปตั้งโรงงานมีรายได้ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์ จากรายได้ทั้งหมดประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อธุรกิจผลิตแหล่งจ่ายไฟฟ้า (พาวเวอร์ ซัพพลาย) อันดับ 2 ของโลก ที่มีสำนักงานใหญ่ในยุโรป และมีสาขาย่อยกระจายอยู่ในหลายประเทศ ในเบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่เชื่อว่าธุรกิจนี้จะช่วยให้บริษัทขยายตลาดได้มากขึ้น โดยเงินลงทุนจะมาจากเงินสดที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 17,000 ล้านบาท ก่อนจ่ายเงินปันผล
“พาวเวอร์ ซัพพลายเป็นระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์ทุกชนิดที่ต้องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นสินค้าที่จำเป็นในปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีการผลิตอยู่บ้างแล้วแต่ยังไม่มากนัก หากบริษัทสามารถปิดดีลได้สำเร็จจะช่วยให้บริษัทมีช่องทางการขายมากขึ้น” นายอนุสรณ์ กล่าว
ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยให้บริษัทมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ในส่วนของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นคงไม่มากนัก เพราะโดยปกติแล้วบริษัทจะทำป้องกันความเสี่ยง (เฮดจิ้ง) ค่าเงินบาทไว้ตลอด และโดยปกติการซื้อขาย 70-80% ของบริษัทจะใช้สกุลเงินบาทอยู่แล้ว
สำหรับงบลงทุนปกติในปีนี้ที่ใช้สำหรับการทำวิจัยและพัฒนา รวมถึงการปรับปรุงเครื่องจักร คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งการทำวิจัยและพัฒนาจะช่วยให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทสูงขึ้นจากมูลค่าเพิ่มในสินค้า และที่สำคัญยังได้แรงหนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องของการเขียนโปรแกรมในไมโครชิป (ไอซี) ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นอย่างมาก
ขณะที่สินค้าในกลุ่มพลังงานทดแทนในตลาดโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลัก เนื่องจากรัฐบาลหลายๆ ประเทศเริ่มให้การสนับสนุนที่ลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่ประเทศที่ยังเติบโตได้อยู่คือ ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ส่วนในประเทศเชื่อว่าในปีนี้จะมีความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ออกมามาก หลังจากที่รัฐบาลกำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเร่งก่อสร้างและดำเนินการให้ทันในปีนี้
ทางด้านฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HANA เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะมีการรับผลิตตามความต้องการของลูกค้าในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปใช้กับสมาร์ทโฟน ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องมือแพทย์ ขณะที่การขยายกำลังการผลิตในส่วนของโรงงานลำพูน 2 ปัจจุบันเริ่มดำเนินการแล้ว และหลังจากที่โรงงานลำพูน 1 เริ่มเต็มกำลังการผลิต นอกจากนี้โรงงานที่เกาะกงคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ในกลางปีนี้
ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจ แผนงานและเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ คงต้องรอให้บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการ รวมถึงสรุปผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี 2557 อย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ก.พ.นี้









