วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

DTAC - ซื้อ

กำไรฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่ากำไรสุทธิของ DTAC มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 หลังจากคุณภาพโครงข่าย 3 จี/4 จีปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนในสถานีฐานเพิ่มเติมอีก 6,500 แห่งในช่วงไตรมาส 4/57-1/58 และเนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรสุทธิที่เลื่อนออกไปจากช่วงครึ่งแรกไปเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เราจึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 16% (เหลือ 1.12 หมื่นล้านบาท) และปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ลงอีก 7% (เหลือ 112 บาท) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลัง อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6% และอัพไซด์จากโมเดลการเช่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกันกับกสท.และ/หรือผู้ประกอบการเอกชนโทรคมนาคมรายอื่น

สรุปผลประกอบการไตรมาส 4/57—ผลการดำเนินงานน่าผิดหวังมาก แต่จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น

DTAC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 1.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้ัน 2% YoY แต่ลดลง 27% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4/57 ซึ่งได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาทและการกลับรายการค่าใช้จ่ายสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 132 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 1.76 พันล้านบาท ลดลง 42% YoY และ 31% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักต่ำกว่าคาดคิดเป็น 21% และ 28% ตามลำดับ เนื่องจากรายได้บริการที่ลดต่ำกว่าคาดและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงกว่าคาดอย่างมาก บริษัททำการบันทึกการกลับรายการด้อยค่าของสินทรัพย์สัมปทาน (จำนวน 1 พันล้านบาท) และการกลับรายการค่าใช้จ่ายสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (จำนวน 2.1 พันล้านบาท) ในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ ส่งผลให้เงินปันผลต่อหุ้นในไตรมาส 4/57 ออกมาสูงผิดปกติที่ 2.34 บาทต่อหุ้น (หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 100% ของกำไรสุทธิต่อหุ้นของงบเฉพาะกิจการ) สามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าที่ 4

เป้าหมายผลการดำเนินงานสำหรับปี 2558

ซีเอฟโอตั้งเป้ารายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) เติบโต 1-3% สำหรับในปี 2558 โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ 3% สำหรับในปี 2558 และรายได้ดาต้าที่ยังคงเติบโตในระดับสูงต่อเนื่อง อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA margin) สำหรับปี 2558 ตั้งเป้าไว้ที่ 34-35% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2557 เนื่องจากการคาดการณ์ว่าจะยังคงมีการอุดหนุนธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง (ถึงแม้ว่าต้นทุนด้านกฎระเบียบจะยังคงมีแนวโน้มลดลงได้อีกในปี 2558 ก็ตาม) ผู้บริหารตั้งเป้างบลงทุนขั้นต่ำที่ 1.4 หมื่นล้านบาทสำหรับในปี 2558 ภายใต้สมมติฐานโมเดลของการใช้สินทรัพย์ร่วมกัน/เช่าสินทรัพย์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บริษัทอาจจะต้องทำการปรับประมาณการงบลงทุนเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญหากแผนการใช้สินทรัพย์ร่วมกัน/เช่าสินทรัพย์ไม่ประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

ในส่วนของการสร้างสถานีฐาน 3 จี/4 จีเพิ่มขึ้นอีก 6,500 สถานีในกรุงเทพและตัวเมืองหลักนั้น บริษัททำการสร้างเสร็จไปแล้ว 2,700 แห่งในไตรมาส 4/57 ซึ่งที่เหลืออีก 3,800 สถานีคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/58

ประเด็นหลักจากการประชุมทางโทรศัพท์

ผู้บริหารกล่าวว่า EBITDA margin สำหรับปี 2558 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY ถ้าหากไม่รวมธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือเข้ามา ถึงแม้ว่าจะยังคงมีข้อพิพาทสำหรับประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ บริษัทก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปสำหรับแผนการใช้สินทรัพย์โทรคมนาคมร่วมกัน รวมถึงแผนการเช่าสินทรัพย์โทรคมนาคมจากกสท.และ/หรือกับผู้ประกอบการเอกชนโทรคมนาคมรายอื่นๆ โดยเฉพาะสำหรับการเข้าใช้สินทรัพย์ 2 จีหลังจากสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทานเพื่อลดงบลงทุน โมเดลทางธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 6-8 เดือนข้างหน้า ซีเอฟโอไม่ได้คาดหวังว่าโมเดลการใช้สินทรัพย์ร่วมกันหรือการเช่าจะส่งผลกระทบใดๆ ต่อมาร์จิ้นอย่างทันทีภายในปี 2558 แต่น่าจะเป็นผลบวกต่อมาร์จิ้นในระยะยาวมากกว่า ซีเอฟโอยังคาดหวังที่จะลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลงจากเดิม ซึ่งตอนนี้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลออกไปจำนวนมากในไตรมาส 4/57 และคาดว่าจะลดลงไปสู่ระดับเดิมได้ภายในไม่ช้า