วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองทุนน้ำมัน'เดือนม.ค.ทรุด

"กองทุนน้ำมัน" เดือนแรกทรุดต่อเนื่องผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 12.76% เหตุน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลงต่อเนื่อง

จากการสำรวจผลการดำเนินงานของกลุ่ม "กองทุนน้ำมัน" ช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 12.75% โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนติดลบ 11.97% และกองทุนที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ 13.43% หรือต่างกันอยู่ 1.46%
สำหรับกองทุนน้ำมันที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก นำมาโดย อันดับ 1. "กองทุนเปิดทิสโก้ ออยล์ ฟันด์ (TISCOOIL)" ของ บลจ.ทิสโก้ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 11.97% 2. "กองทุนเปิดแอสเซท พลัสออยล์ (ASP-OIL)" ของบลจ.แอสเซท พลัส ให้ผลตอบแทนติดลบ 12.38%
3. "กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์ (I-OIL)" ของบลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทนติดลบ 12.41% 4. "กองทุนเปิดเคออยล์ (K-OIL)" ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทนติดลบ 12.65% และ 5. "กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์ (SCBOIL)" ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทนติดลบ 12.88%
นายนคร ตามไท ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารการตลาด บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง อาจจะมีจังหวะรีบาวด์กลับบ้างเล็กน้อย แต่บริษัทยังไม่แนะนำให้ลูกค้าเข้าลงทุนในกองทุนน้ำมันแต่ประการใด เพราะราคาน้ำมันในปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าราคาน้ำมันจะลงได้อีกหรือไม่
หากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ต้องการทำลายคู่แข่งทางธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากแหล่งใหม่อย่างสหรัฐ ที่ใช้เชลออยล์ (Shale Oil) เขาสามารถจะทำสงครามราคาให้ทรงตัวในระดับต่ำได้อีกนานมากและอาจจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงไปได้อีกจากระดับปัจจุบันซึ่งไม่มีใครรู้ ดังนั้นการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในรอบนี้ถือว่าไม่ปกติและมีความเสี่ยงอยู่จึงยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุนในกองทุนน้ำมัน
"ในแง่ของโอกาสขาขึ้นเองภาวการณ์ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะฟื้นมากพอที่จะทำให้ดีมานด์น้ำมันกลับมามากเช่นในอดีตหรือไม่ จากภาพรวมเศรษฐกิจปัจจุบันคิดว่าไม่เช่นกันโอกาสจะเห็นราคาขึ้นไปยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งคงไม่ง่ายนัก โดยประเมินว่าระดับราคาน้ำมันที่เหมาะสมของโลกสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ระดับ 40-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล"
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังปรับตัวผันผวนแต่อิงไปทางขึ้น เนื่องจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ อย่าง บีพี และเชฟรอน ได้ปรับลดงบประมาณการลงทุนในปีนี้ และอาจจะชะลอการผลิตลงได้นั่นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้อุปทานลดลง
นอกจากนี้ยังติดตามการประท้วงโดยสหภาพแรงงานของโรงกลั่นในสหรัฐว่าจะเป็นอย่างไร เพราะการหยุดงานของพนักงานทำให้มีการกลั่นน้ำมันน้อยกว่าปกติ ส่งให้แนวโน้มของน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และน้ำมันเคลื่อนไหวในทางบวกมากขึ้นแต่ก็ยังคงผันผวน
"บริษัทยังแนะนำให้จับตาดูเพื่อเตรียมพร้อมลงทุน หากน้ำมันมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ตราบเท่าที่ยังไม่ชัดเจนยังแนะนำให้เลี่ยงการลงทุนก่อน"