วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.เล็งนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่ม2ล้านตัน

ปตท.เล็งนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่ม2ล้านตัน สบช่องนำเข้าช่วงราคาขาลงเผยล่าสุดเหลือ 6.8ดอลล์/ล้านบีทียู

ปตท.เตรียมแผนนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่มอีก 2 ล้านตันในปีนี้ ช่วยแก้ปัญหาก๊าซจากแหล่งเจดีเอ บี17 ส่งคืนกลับให้มาเลเซียตามสัญญา พร้อมมั่นใจแผนหยุดซ่อมแหล่งก๊าซจากฝั่งพม่าและเจดีเอปีนี้ ไม่กระทบความมั่นคงไฟฟ้า

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีในปีนี้เพิ่มอีก 2 ล้านตันต่อปี ทางปตท.จะพยายามที่จะดำเนินการให้เป็นสัญญาระยะยาว ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ประมาณ 1 ล้านตันต่อปี และที่เหลืออีกประมาณ 1 ล้านตันต่อปี จะเป็นในรูปของสัญญาระยะสั้นหรือเป็นราคาตลาดจร(spot market)


อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจุบันราคาแอลเอ็นจี ยังมีความผันผวน ในส่วนของสัญญาระยะยาว ปตท.อาจจะยังไม่รีบร้อนที่จะลงนามในสัญญา และสูตรราคาที่คิดไว้ อาจจะทำเป็นแบบไฮบริดจ์ คืออิงสูตรราคาทั้ง Henry Hub ของสหรัฐ และ สูตรราคาของ JCC (Japan Crude Cocktail) ที่ทางประเทศญี่ปุ่นใช้ เพื่อที่จะลดความเสี่ยง ในเรื่องของราคา


นายณัฐชาติ กล่าวว่า ราคาแอลเอ็นจีในSpot Market ปีนี้มีความผันผวน โดยเมื่อปลายปีที่แล้วราคายังอยู่ที่ 19 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู และปรับลดลงมาเหลือประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมาและสัปดาห์นี้ลดลงมาเหลือประมาณ 6.8 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งต่ำกว่าราคาก๊าซที่ซื้อจากพม่า จึงเป็นจังหวะดีที่ปตท. มีการสั่งซื้อเข้ามา เพื่อลดการใช้ก๊าซในอ่าวไทยลง โดยเรือแอลเอ็นจีจะมาส่งประมาณปลายเดือน ก.พ. นี้
"การเตรียมการที่จะนำเข้าอีก 2 ล้านตันต่อปี จะทำให้ปีนี้ ปตท.จะต้องนำเข้าแอลเอ็นจีรวม 4 ล้านตันต่อปี โดยสถานีรับจ่ายก๊าซแอลเอ็นจี ของปตท. มีขีดความสามารถที่จะรองรับได้ ถึง 5 ล้านตันต่อปี"


นายณัฐชาติ กล่าวว่า แอลเอ็นจีที่ต้องนำเข้ามากขึ้น เพื่อมาทดแทนก๊าซธรรมชาติจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย -มาเลเซียหรือเจดีเอ ในแหล่งB17 ที่ปตท.ต้องลดปริมาณการรับก๊าซลง จากเดิม 335 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เหลือประมาณ 60-70 ล้านลูกบาศ์ฟุตต่อวัน และให้ทางเปโตรนาส มาเลเซีย เป็นผู้รับก๊าซ จากแหล่งดังกล่าวแทน ในปริมาณเฉลี่ยวันละ 265-270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไปจนกว่าจะหมดอายุสัญญ ในปี 2567-2568


ทั้งนี้ ปัจจุบันปตท.รับก๊าซจากแหล่งเจดีเอ ทั้งA18 และB17รวมประมาณ 755 ล้านลูกบาศก์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 68% ในขณะที่เปโตรนาส ของ มาเลเซีย รับก๊าซไปแล้วประมาณ 32% ในขณะที่ตามสัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องรับก๊าซในสัดส่วนที่เท่ากันประมาณฝ่ายละ50% ดังนั้นในช่วงท้ายของสัญญา ก๊าซส่วนใหญ่ จากเจดีเอ ทางมาเลเซีย จะต้องได้รับไปเพิ่มขึ้น


นายณัฐชาติ กล่าวถึงการหยุดจ่ายก๊าซในแหล่งยาดานา ช่วงวันที่10-19 เม.ย. 2558 ที่จะทำให้ ต้องหยุดรับก๊าซจากแหล่งเยตากุน และซอติก้าไปพร้อมกัน นั้นทางปตท.ได้มีการจัดเตรียมน้ำมันเตาจำนวน 120ล้านลิตร และ ดีเซลอีก ประมาณ 50 ล้านลิตร สำหรับใช้เดินเครื่องในโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันตก จึงไม่น่าจะมีปัญหาต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า


ส่วนการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งเจดีเอ A18 ในช่วงวันที่ 7-13 มิ.ย. และ 30 ส.ค. ถึง 8 ก.ย.2558 ที่จะทำให้ก๊าซหายไปจากระบบ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน นั้น ก้มีการเตรียมสำรองน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่แล้ว 8ล้านลิตร และดีเซลสำหรับโรงไฟฟ้าสุราษฏร์ธานี และโรงไฟฟ้า จะนะ แล้ว 15-16 ล้านลิตร จึงคาดว่าจะไม่มีปัญหาเช่นกัน