SET จะแกว่งตัวสร้างฐานแถว 1600 จุด
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1,590 – 1615 จุด
SET จะแกว่งตัวสร้างฐานแถว 1600 จุดอีกครั้งและเชื่อว่าการเคลื่อนไหวจะผันผวนตลอดทั้งวัน หลังนักลงทุนสถาบันและต่างชาติกลับมาขายสุทธิพร้อมกันกว่า 1.7 พันล้านบาท แต่เชื่อว่าการที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1.4 พันล้านบาทเป็นการปรับพอร์ตธรรมดา และยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางเงินทุนไหลเข้า ซึ่งในระยะสั้นนักลงทุนอาจจะวิตกต่อวิกฤตหนี้สินของกรีซที่อาจขยายวงขึ้นหลังนายกฯคนใหม่คัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดและไม่ขยายโครงการรับเงินช่วยเหลือและอาจกระทบต่อระบบการเงินในยูโรโซนอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับลงแรงเมื่อวานนี้และอาจส่งผลกระทบมายังตลาดหุ้นไทยในวันนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนในวันพรุ่งนี้น่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในระดับหนึ่ง และจะเป็นประเด็นให้ตลาดกลับมาคาดหวังเชิงบวกอีกครั้ง ด้านในประเทศความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจรวมถึงโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือนหน้า กอปรกับนักลงทุนยังคงรอลุ้นผลประกอบการปี 57 ที่จะทยอยประกาศในเดือนนี้ และความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการปี 58 จึงเชื่อว่า SET จะปรับลงไม่แรงและมีโอกาสรีบาวน์ได้ทุกเมื่อ ภาพทางเทคนิคเริ่มไม่ชัดเจนหลัง SET กลับลงมาปิดเหนือบริเวณ 1600 จุดได้อย่างปริ่มๆ หากปิดเหนือบริเวณ 1600 จุดได้ในวันนี้ ยังมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1650 จุดในระดับ 1-2 สัปดาห์ แต่หากปิดต่ำกว่า 1600 จุดจะเป็นสัญญาณไม่ดี
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน เน้นลงซื้อ-ขึ้นขาย ปิดต่ำกว่า 1600 จุดกลับมาถือครองเงินสด
Top Daily Pick : NBC (เหลือเพียงตัวเดียวในกลุ่มทีวีดิจิทัลที่ยังคงมี upside จากมูลค่าเหมาะสม ได้ประโยชน์จากแผนการปรับขึ้นค่าโฆษณาช่องทีวีดิจิทัลขึ้น 30-50% จากการเป็นผู้นำทีวีช่องข่าว 24 ชั่วโมง) /PS (ยอด Presales เดือนม.ค.ฟื้นตัวชัดเจนกว่า 85%MoM และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในเดือนก.พ. ขณะที่มีงานในมือรอรับรู้รายได้กว่า 50% รวมถึงก่อสร้างได้เร็วกว่าคู่แข่งช่วยลดความเสี่ยงด้านผลประกอบการ)
Technical Pick : AJD BLAND QH BLA TNDT
Theme Play กลุ่มพัฒนาอสังหาฯที่มี P/E ต่ำ (AP QH PS SIRI) /กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK ITD STEC) โครงการขนาดใหญ่จะมีความคืบหน้าในเดือนนี้ /กลุ่มที่มีโมเมนตัมดี outperform ตลาดได้สองสัปดาห์ต่อเนื่อง (SF IRCP GRAMMY ICHI KCE MK PRIN WORK TPOLY TRC IFEC)
รายงานวันนี้
Preview : CKP (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 20 บาท) แนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่อง
Comment : SIRI (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 2.22 บาท) ยอดขายเดือน ม.ค.เติบโตกว่าปีก่อน
Strategy Talk
- ตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง กดดันปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
• ในวันศุกร์ ที่ 6 ก.พ. สหรัฐได้ประกาศตัวเลขตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ออกมาเพิ่มขึ้น 2.5 แสนตำแหน่งในเดือน ม.ค. โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ยอดตัวเลขปรับปรุงของเดือนก่อนหน้า (พ.ย. และ ธ.ค.) ปรับปรุงขึ้นจาก 3.5 แสนตำแหน่งมาเป็น 4.2 แสนตำแหน่งในเดือน พ.ย. และปรับปรุงจาก 2.5 แสนตำแหน่งมาเป็น 3.2 แสนตำแหน่งในเดือน ธ.ค. โดยภาพรวมถือว่ายอดจากจ้างงานเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งมากเพราะสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 2.5 แสนตำแหน่งและรวมค่าเฉลี่ยสามเดือนแล้วถือว่าสูงที่สุดในรอบ 17 ปี นอกจากนี้ยังคาดว่ายอดหลังปรับปรุงของเดือน ม.ค. จะแข็งแกร่งขึ้นถึงระดับ 3 แสนตำแหน่งด้วยเนื่องจากจะเป็นช่วง High season ของการจ้างงาน
• ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจากการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อมาสนองกำลังการผลิตของภาคธุรกิจที่มากขึ้น อีกทั้งยังหนุนให้ด้านแรงงานก็มีรายได้ในการไปจับจ่ายใช้สอย จึงคาดว่าในระยะสั้นคือจะเสริมจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งมีสัญญาณที่บ่งชี้คือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ดีดตัวแข็งค่าขึ้นสะท้อนเม็ดเงินไหลเข้าสหรัฐประกอบกับการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐสะท้อนเม็ดเงินไหลเข้าในตลาดหุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียมีโอกาสได้อานิงสงค์จากการปรับขึ้นของตลาดสหรัฐหนุนจิตวิทยาการลงทุนอีกด้วย
• อย่างไรก็ตามในระยะกลาง (1-2 เดือนข้างหน้า) ตลาดจะเริ่มมากังวลกับโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดเร็วกว่าคาดอีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมเฟดครั้งต่อไปในวันที่ 17 มีนาคม โดยเฉพาะหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งในระดับนี้ต่อเนื่องและจะเป็นปัจจัยลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย
• ปัจจัยเรื่องสหรัฐจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องจับตามองต่อเนื่องเพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวของ SET ผิดไปจากสถิติได้ (5 ปีย้อนหลังปรับตัวบวกในเดือน ก.พ. และ มี.ค. ทุกปี) มอง
ว่า SET ที่ได้ปัจจัยหนุนเรื่องเม็ดเงินไหลเข้าอาจมีการปรับฐานลงมาและจบรอบในช่วงต้นเดือน มี.ค. ก่อนจะมีการประชุมเฟด ในเชิงกลยุทธ์จึงแนะนำนักลงทุนทยอยขายหุ้นเมื่อ SET ปรับตัวขึ้นขึ้นไปแถว 1620-1650 จุด หรือกลับมาเน้นถือครองหุ้นที่มี Valuation ไม่แพง









