วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถาบันตุนหุ้นอสังหา-รับเหมา เดือนม.ค.ทยอยซื้อเข้าพอร์ต

สำรวจเดือนแรกของปีนี้ พบนักลงทุนสถาบันทั้งใน และต่างประเทศได้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มอสังหา-รับเหมาก่อสร้าง

ส่งผลให้การถือครองขยับขึ้นไปถึง 10%ของทุนจดทะเบียน ขณะที่โบรกเกอร์ประเมินให้น้ำหนักการลงทุนเท่าตลาด คาดกำไรปี 2557 ของกลุ่มลดลง เหตุผลกระทบเศรษฐกิจชะลอหนี้ครัวเรือนพุ่ง

จากการรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดือน ม.ค.2558 พบว่า กลุ่มนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศได้รายงานการซื้อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย

หุ้นบริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีกองทุน เอ็นทาเซียน ดิสคัฟเวอร์รี่ มาสเตอร์ ฟันด์ รายงานซื้อ 1.33%ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเป็น 6.16% หุ้นบริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) มีบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด รายงานซื้อ 0.07% ทำให้ถือครอง 10.06% บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด รายงานซื้อ 0.43 %ทำให้ถือเพิ่มเป็น 5.09%

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีบริษัทแคปิตัล รีเสิร์ท แอนด์ แมนเนจเม้นท์ รายงานซื้อ 5.19%จากเดิมไม่เคยถือหุ้น บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ซื้อ 1.42% ทำให้ถือหุ้นเพิ่ม 5.8% บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) มีบลจ.อเบอร์ดีน รายงานซื้อ 0.01%ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเป็น 5% และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัดรายงานซื้อหุ้น 0.09% ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 10.04%

ขณะที่สถาบันรายงานขายหุ้น บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีกองทุนอเบอร์ดีน รายงานขาย 0.09% ทำให้สัดส่วนถือครองเหลือ 4.93% บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด รายงานขาย -1.7%ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 8.7%บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) มีกองทุนมาราธอน รายงาน 0.05%ทำให้สัดส่วนการถือครองเหลือ 4.97% บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีกองทุนต่างประเทศรายงานขาย 2 กองทุน ได้แก่ วู ซัว ชู-วัน รายงานขาย 2.53% ทำให้เหลือการถือ 2.97% และซิมเทล อินเตอร์เนชั่นนัล คอร์ป รายงานขาย 4.47% ทำให้สัดส่วนถือเหลือ 0.85%

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า การที่สถาบันเข้ามาทยอยซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เพราะมองว่า ผลประกอบการน่างวดปี 2557 น่าจะยังรักษาการเติบโตได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะมียอดขายลดลงไปบ้าง

ส่วนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคเคเทรด กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เท่ากับตลาด โดยปี 2557 ยอดขายของกลุ่มน่าจะต่ำกว่าเป้าหมายเฉลี่ย 18%ของที่ประเมิน ซึ่งได้รวบรวมยอดขายสุทธิปี 2557 ของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ดูแลมียอดขายโดยรวม 1.58 แสนล้านบาท ลดลง 18%จากงวดปีก่อน

บริษัทที่มีการลดลงของยอดขายมากกว่ากลุ่มคือบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผลของการเปิดตัวโครงการใหม่โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่ลดลง ประกอบกับแรงซื้อที่หดตัวจากประเด็นการเมืองและการอ่อนตัวลงของภาวะเศรษฐกิจ

สำหรับบริษัทที่มีการเติบโตมากกว่าปีก่อนคือบริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทเอพี (ประเทศไทย) ที่สินค้าคอนโดมิเนียมได้รับการตอบรับดีในช่วงกลางปี ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายโดยรวมที่บริษัทคาดหมาย มีค่าเฉลี่ยรวมทำได้ต่ำกว่าที่คาด 9% โดยมีบริษัทเดียวที่ทำได้ตามเป้าคือบริษัทเอพี สำหรับแนวโน้มปี 2558 เราคาดว่า บริษัทจะตั้งเป้ายอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 10-15% ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 20% โดยยังคงมีสินค้าแนวราบเป็นหลัก ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนงวด 11 เดือนปี2557 อ่อนตัว 5%

"ฝ่ายวิจัยคาด ประเด็นบวกระยะกลางของกลุ่มจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2557 ที่เติบโตต่อเนื่อง เช่น หุ้นศุภาลัย แอลพีเอ็น พฤกษา แสนสิริ และ โดยเฉพาะแลนด์แอนด์เฮ้าส์ นอกเหนือจากผลประกอบการที่เติบโตจากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่ม 2 แห่ง ซึ่งมีผลต่อกำไรดำเนินงานปกติที่ทำได้ดีกว่าไตรมาส 3 ปี 2557 แล้ว ยังมีปัจจัยบวกสนับสนุน คือ การบันทึกกำไรจากการขายกองทุนรีท 1.5 พันล้านบาท ทำให้ผลประกอบการ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากยอดขายอาจชะลอตัวลง จากการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ และหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงจะส่งผลต่อยอดยกเลิกที่เพิ่มขึ้น"