"ประจิน"ไฟเขียวปรับค่าโดยสารรถร่วม ขสมก.ธรรมดา-ปรับอากาศขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท มีผลวันอังคารนี้
ห้ามรถขสมก.ปรับราคา นายกสมาคมรถร่วม เรียกร้องรัฐชดเชยก๊าซเอ็นจีวี ขู่สิ้นเดือนนี้อาจเห็นรถร่วมทยอยหยุดบริการ ขณะที่ ขสมก. พร้อมนำรถประจำทาง-รถตู้บริการแทน
หลังจากสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาทบทวนการปรับค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางธรรมดา 3 บาท จาก 8 บาท เป็น 11 บาท และรถโดยสารปรับอากาศระยะละ 3 บาท จาก 11-12 บาท เป็น 14-15 บาท ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. นี้
วานนี้ (6 ก.พ.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าได้ลงนามเห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถร่วมบริการ ขสมก. ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ โดยให้ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.นี้ เป็นต้นไป เป็นการปรับรอบแรก ส่วนของรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะยังคงราคาเดิมไว้ก่อน
ส่วนการพิจารณาปรับราคารอบที่ 2 จะขอเวลาอีก 4- 5 สัปดาห์ เพื่อศึกษาหาข้อสรุปเกี่ยวกับต้นทุนการเดินรถที่แท้จริงก่อนจะพิจารณาว่า จะให้ปรับเพิ่มอีกเท่าไร เพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้น
"ประจิน"ยันปรับขึ้น3บาทเรื่องยาก
อย่างไรก็ตาม การปรับค่าโดยสารรอบแรก ยังไม่ได้พิจารณาผลกระทบจากราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ปรับเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน หารือรายละเอียด เพราะในหลักการราคาแก๊สและราคาค่าโดยสารต้องไปด้วยกัน จึงไปหารือกันว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เช่น การให้เงินอุดหนุนและมาตรการช่วยเหลือ จากนั้นจะนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากับการศึกษาเรื่องต้นทุนการเดินรถ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะปรับราคาเพิ่มอีกเท่าไร คาดว่าจะไม่ได้ปรับราคาได้ตามที่ผู้ประกอบการเสนอที่ขอปรับ 3 บาทแน่นอน
อ้างคมนาคมขอ2สัปดาห์
นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (รถร่วมบริการ ขสมก.) กล่าวหลังหารือกับนายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อให้หามาตรการช่วยเหลือต้นทุนก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยนายพงษ์ไชย ยืนยันว่า พล.อ.อ.ประจิน ได้อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถร่วม ขสมก. รถธรรมดา 1 บาท ส่วนรถโดยสารปรับอากาศอีกระยะ 1 บาท เช่นกันมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.นี้
หลังจากนั้นภายใน 2 สัปดาห์นี้ กระทรวงคมนาคมรับปากที่จะนำข้อมูลต้นทุนของรถร่วมไปหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน เนื่องจากเห็นว่าตัวเลขต้นทุนของรถร่วมกับหน่วยงานภาครัฐบางส่วนไม่ตรงกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือถึง ต้นทุนที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร จะปรับขึ้นค่าโดยสารได้อีกอย่างไร หรือจะมีมาตรการชดเชยอย่างไร
นางภัทรวดี กล่าวว่า จะมีการพิจารณาต้นทุนค่าโดยสารรถร่วมบริการอีกครั้งภายในสิ้นเดือนนี้ตามต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขยายวงเงินการอุดหนุนราคาก๊าซเอ็นจีวี ให้กับผู้ประกอบการจากปัจจุบันที่ 30,000 บาทต่อคัน ปัจจุบันก๊าซเอ็นจีวีมีราคาอยู่ที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม เงินอุดหนุนที่มีความเหมาะสมคือ 80,000 บาทต่อคันต่อเดือน รวมถึงค่าโดยสารจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 3 บาท ถึงจะเพียงพอต่อต้นทุนพลังงานและการนำไปปรับปรุงเรื่องการให้บริการ
บีบรัฐไม่ปรับราคาหาทางชดเชย
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่ปรับราคาขึ้นอีก 2 บาทภายในสิ้นเดือนนี้ รัฐบาลก็ต้องหาแนวทางหรือมาตรการให้รถร่วม ขสมก. สามารถซื้อราคาก๊าซได้ในราคา 8.50 บาท เท่าเดิม “รถร่วมยังยืนว่าหากราคาก๊าซ ณ ปัจจุบันที่กิโลกรัมละ 13 บาท จึงอยากขอเพิ่ม 3 บาท แต่กระทรวงคมนาคม ให้ได้แค่ 1 บาท เหลืออีก 2 บาท อยากให้พิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินรถมีสภาพคล่อง” นางภัทรวดี กล่าว
นางภัทรวดี กล่าวว่า สำหรับต้นทุน ณ ปัจจุบันของรถธรรมดาอยู่ที่ 5,000 บาทต่อวัน รถปรับอากาศอยู่ที่ 6,000 บาทต่อวัน รายได้เฉลี่ยรถธรรมดา 3,700 บาทต่อวัน รถปรับอากาศ 4,500 บาทต่อวัน หากกระทรวงพลังงานปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี ที่กิโลกรัมละ 16 บาท ราคาค่าโดยสารของรถธรรมดาต้องอยู่ที่ 14 บาท ส่วนรถปรับอากาศเริ่มต้นที่ 18 บาท
รถร่วมขสมก.ขู่ทยอยหยุดวิ่ง
ในเบื้องต้นหากกระทรวงคมนาคมให้ปรับค่าโดยสารอีก 1 บาท ก็จะขอใช้ตั๋วราคาเดิมไปก่อน แต่จะเก็บตามราคาที่รัฐบาลกำหนด หากกระทรวงคมนาคมไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร หรือไม่มีมาตรการใดๆ มาชดเชยราคาก๊าซเอ็นจีวีให้ ภายในสิ้นเดือนนี้ ก็อาจจะเห็นรถร่วม ขสมก. ทยอยหยุดให้บริการเดินรถอย่างแน่นอน แต่อยากขอความเห็นใจจากประชาชนผู้เดือดร้อน หากไม่ปรับราคาผู้ประกอบการรถร่วมก็เดือดร้อน หากขึ้นเพียง 1 บาท ไม่แน่ใจว่าจะเดินรถต่อได้หรือไม่ แต่จะพยายามให้บริการประชาชนให้ดีที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับนายพงษ์ไชย ถึงกรณีการขอเก็บค่าโดยสารครึ่งราคาหากตั๋ว 9 บาท ครึ่งราคา คือ 4.50 บาท โดยรถร่วม ขสมก. จะขอเก็บ 5 บาท เนื่องจากว่าในปัจจุบันเหรียญ 50 สตางค์ ไม่มีพอ
รถประจำทาง-รถตู้บริการแทน
นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่าขณะนี้ทาง ขสมก.ได้เตรียมรถประจำทางไว้ให้บริการกับประชาชนในทุกเส้นทาง กรณีที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก.ต้องการที่จะหยุดเดินรถ และเตรียมประสานงานไปยังรถตู้ ขสมก.และรถมินิบัสเพื่อขอให้มาช่วยวิ่งเสริม ซึ่งแม้ว่าจะไม่เพียงพอเท่าเดิมแต่ก็คาดว่าน่าจะช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง









