"อำนวย" ดึงเงินมูลภัณฑ์กันชนฯ 4,000 ล้านบาท รับซื้อน้ำยางดิบกิโลกรัมละ 42 บาท
ขายผู้ส่งออกแปรรูป ก่อนวนกลับขายเข้าโครงการมูลภัณฑ์กันชนอีกครั้ง สกัดกลุ่มยี่ปั๊ว ซาปั๊วกดราคารับซื้อจากเกษตรกร สั่งตั้งกรรมการปราบกลุ่มใช้น้ำยางดิบเพื่อนบ้านสวมสิทธิขายราคาแพง
นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางวงเงิน 20,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้มีการเบิกจ่ายเพื่อใช้รับซื้อยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 และยางแท่ง แล้วประมาณ 6,000 ล้านบาท มีเป้าหมายว่า จะทำให้ระดับราคายางในประเทศทั้งระบบปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมาได้มีการใช้เงินไปแล้ว 5,000 ล้านบาท เหลือเพื่อเป็นเงินหมุน 1,000 ล้านบาท
ผลจากการรับซื้อทำให้ราคายางแผ่นดิบรมควันในตลาดกลางทั้ง 6 แห่งปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 63 บาท ยกเว้นราคายางในตลาดท้องถิ่นส่วนใหญ่จะซื้อขายน้ำยางดิบ และยางก้อนถ้วย ผ่านกลุ่มยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่เข้าไปรับซื้อถึงแหล่งผลิต ยังมีการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท
การรับซื้ออย่างนี้ส่งตรงให้กับผู้ส่งออก เพื่อแปรรูปและส่งออกในรูปของยางแผ่นดิบรมควันหรือยางแท่ง ดังนั้นการดำเนินการของภาคเอกชนลักษณะนี้ จึงไม่มีการร่วมมือกับโครงการของภาครัฐแต่อย่างใด
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว วานนี้(4 ก.พ.) ทางมูลภัณฑ์กันชนฯ ได้ประกาศรับซื้อน้ำยางดิบในราคากิโลกรัมละ 42 บาท โดยจะขอใช้จากวงเงินที่เหลือค้างเบิกจ่ายอยู่ 4,000 ล้านบาท มาดำเนินการเพื่อนำน้ำยางที่ได้ขายให้กับผู้ส่งออก ตามที่ผู้ส่งออกได้หารือร่วมกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบรมควัน แล้วนำกลับมาขายให้กับโครงการมูลภัณฑ์กันชนฯ อีกครั้งตามราคาตลาด
นายอำนวยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้รายงานให้ครม.รับทราบและเห็นชอบในหลักการแล้ว โดยจะรายงานอีกครั้งถึงผลดำเนินการในสัปดาห์หน้า วิธีการดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ราคาน้ำยางดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยกระทรวงเกษตรฯตั้งเป้าไว้ที่กิโลกรัมละ 49-51 บาท ตามราคาที่ควรจะเป็นในกรณีที่ราคายางแผ่นดิบรมควันปรับตัวสูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท
“ตามแผนราคาน้ำยางต้องขยับสูงขึ้นใน 15 วัน แต่ปัจจัยเสี่ยงเรื่องนี้ยังมีกรณีการสวมสิทธิ์น้ำยางจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง ช่วงแรกอาจมีน้ำยางเข้าโครงการมากเพราะให้ราคาดี แต่หลังจากนี้ปริมาณน้ำยางที่เข้าสู่ตลาดจะลดลง เพราะเป็นช่วงปิดหน้ากรีด หากยังมีน้ำยางเข้าสู่ระบบมากต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องมีเหตุผลที่ชี้แจงได้ “นายอำนวย กล่าว
สำหรับแผนรับมือปัญหาน้ำยางในช่วงเปิดกรีดเดือน เม.ย.นี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอให้ครม.อนุมัติวงเงิน 400 ล้านบาท เพื่อตั้งศูนย์รวบรวมน้ำยางในพื้นที่ต่างๆโดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ศูนย์รวบรวมน้ำยางดิบ เพื่อรวบรวมส่งจำหน่ายให้กับสหกรณ์ เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบรมควัน หรือยางแท่ง ส่งขายโครงการมูลภัณฑ์กันชนฯ
นายอำนวย กล่าวว่าการรับซื้อยางแผ่นดิบควันของโครงการมูลภัณฑ์กันชน ขณะนี้ใช้เงินไปกว่า 5,000 ล้านบาท หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพียงการรับซื้อจากพวกพ้อง และมีการเวียนเทียนยางออกมาจำหน่าย เรื่องนี้ ได้เตรียมรับมือไว้แล้ว ซึ่งมีการร้องเรียนมาเหมือนกัน จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยมีตัวแทนจากกลุ่มแนวร่วมกู้ชีพยางพาราร่วม เป็นกรรมการ เพื่อเข้าไปช่วยตรวจสอบการรับซื้อยางในตลาดกลางทุกแห่ง หากพบกระทำความผิดให้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีทันที









