เรื่องราวที่แตกต่าง
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่าขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อหุ้น HMPRO โดยช่วงเวลาที่กำไรเติบโตแบบช้าๆน่าจะผ่านพ้นไปแล้วและเราคาดว่ากำไรจะกลับมาเริ่มขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 1/58 เป็นต้นไป และที่ที่สำคัญคือราคาซื้อขายปัจจุบันที่น่าสนใจ โดย HMPRO ซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2558 ที่ 25.9 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีและเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบสองปี เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ HMPRO จาก ถือ เป็น ซื้อ
เรื่องราวที่แตกต่าง
เรื่องราวของ HMPRO ในปีนี้จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำรายได้เติบโตได้ในระดับที่ค่อนข้างดี แต่กำไรสุทธิกลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยยอดขายสาขาเดิมของ HMPRO น่าจะเติบโตได้ราว 4-5% ทั้งไตรมาส 4/57 และปี 2557 ซึ่งถือว่าเป็นรองแต่แค่ BEAUTY เท่านั้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มประชากรรายได้ระดับกลาง-สูงที่อำนาจซื้อยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามผลขาดทุนจากเมก้าโฮมและค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มดำเนินการของธุรกิจในประเทศมาเลเซียทำให้กำไรในปีที่ผ่านมาแทบไม่ขยายตัว
แต่ในปีนี้ เนื่องจากฐานที่ค่อนข้างสูง ยอดขายสาขาเดิมของ HMPRO อาจไม่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง (เราคาดไว้ที่เพียง 3%) แต่เรามองว่ากำไรจะสามารถเติบโดได้ค่อนข้างดี อันเป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น ผลการดำเนินงานของเมก้าโฮมปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะเริ่มมีกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ด้านขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจในประเทศมาเลเซียน่าจะยังคงอยู่ที่ 100 ล้านบาทหรือต่ำกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้เรายังมองว่าความสามารถในการทำกำไรของการดำเนินงานร้านโฮมโปรในประเทศไทยจะปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และต้นทุนขนส่งที่ลดลง ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะปรับลดลงมาจากจุดสูงสุดได้
กำไรเริ่มขยายตัวในอัตราเร่ง
เราคาดกำไรไตรมาส 4/57 จะอยู่ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 31% QoQ โดยกำไรที่คาดจะเติบโตได้เพียงปานกลางนี้ (แม้มองว่ายอดขายจะเติบโตแข็งแกร่งที่ 17% YoY) มีปัจจัยมาจากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดสาขาใหม่และขาดทุนจากสาขาในประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตามเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินธุรกิจในมาเลเซียจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในปีนี้ อีกทั้งการดำเนินงานของเมก้าโฮมก็กำลังปรับตัวดีขึ้น เราจึงคาดว่าการขยายตัวของกำไรจะเร่งตัวขึ้นเป็น 12% YoY ในไตรมาส 1/58, 18% YoY ในไตรมาส 2/58 และมากกว่า 20% YoY ในช่วงครึ่งหลัง
การดำเนินงานในมาเลเซียจะทำกำไรในระดับสาขาภายในสิ้นปีนี้
ตั้งแต่เปิดสาขาในเดือนพ.ย. 2557 ยอดขายของสาขาโฮมโปรในประเทศมาเลเซียนั้นต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทเล็กน้อย ลูกค้าในประเทศมาเลเซียส่วนใหญ่ยังคงซื้อสินค้าขนาดเล็ก เช่น ของใช้ในบ้านและสินค้าทดแทนของเก่า ในขณะที่การซื้อสินค้ามูลค่าสูงที่ใช้สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมยังมีไม่มากนัก อย่างไรก็ตามลักษณะแบบนี้ยังไม่น่ากังวลเพราะคล้ายคลึงกับเวลาที่ HMPRO เปิดสาขาในสถานที่ใหม่ที่ลูกค้ายังไม่รู้จักโฮมโปรมากนัก ซึ่งโดยปกติลูกค้าใหม่จะเข้ามาที่ร้านหลายครั้งก่อนที่จะทำการตัดสินใจและสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูง ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงมองว่าจะสามารถทำกำไรในระดับร้านค้าได้ภายในสิ้นปี 2558









