วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจหนุนคง'กฎอัยการศึก'

นักธุรกิจไทย-เทศ หนุนคงกฎอัยการ จับตารัฐบาลคุมสถานการณ์ หวังเจ้าหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว

หากยืดเยื้อกระทบเชื่อมั่น ขณะภาคท่องเที่ยวชี้ยังไม่กระทบ เรียกร้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว หวั่นยืดเยื้อส่งผลกระทบ

ผลกระทบจากเหตุระเบิดที่บริเวณศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก ส่งผลให้ภาคธุรกิจและท่องเที่ยว เริ่มเป็นกังวลอีกครั้งว่าต่อความไม่สงบ และความเชื่อมั่นต่อการค้า การท่องเที่ยว และลงทุนในไทย

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นเจตนาร้ายของผู้ที่ก่อเหตุ ซึ่งไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย ทำให้ผู้คนเกิดความลังเลใจ และทำลายความรู้สึกของคนภายในประเทศที่จะเริ่มดีขึ้น รวมถึงต้องการลดความน่าเชื่อของรัฐบาล ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นความเชื่อมั่นและบรรยากาศโดยรวมภายในประเทศให้ฟื้นตัวดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ในตอนนี้ต่างชาติจะจับตามองว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ แต่คาดหวังว่า ภาครัฐจะพยายามควบคุม ดูแลสถานการณ์ได้ รวมถึงปราบปรามและตามดำเนินการกับผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว เพื่อป้องกันการก่อสถานการณ์ที่ไม่ดีกับประเทศ หรือป้องกันการเกิดเหตุในพื้นที่ที่อาจมีโอกาสสร้างความวุ่นวายได้อีก

“เชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดนี้เข้มแข็ง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้ายกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก กังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ประท้วง หรือชุมนุม หรือเหตุการณ์ที่อาจสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายได้ ดังนั้นในช่วงนี้ จึงมองว่ายังไม่น่าจะสนับสนุนให้ยกเลิกกฎอัยการศึก”

"สแตนลีย์ คัง"ระบุต้องมีกฎอัยการศึกต่อไป

นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวถึงเหตุระเบิดช่วงค่ำเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ แต่แน่นอนว่าการมีระเบิดเกิดขึ้นกลางเมือง ย่อมทำให้การท่องเที่ยวไทยอาจแย่ไปบ้างในแง่ของธุรกิจ

"ขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก และคิดว่ายังคงต้องมีกฎอัยการศึกต่อไป ซึ่งรัฐบาลก็วิตกเรื่องนี้มาก ผมหวังว่า รัฐบาลจะรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนได้มากที่สุด โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หวังว่าตำรวจจะได้หลักฐานเร็วที่สุด" นายสแตนลีย์ คัง กล่าว

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) กล่าวถึงเหตุระเบิดบริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนที่เกิดขึ้นวานนี้ ว่า ยอมรับอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศบ้างเล็กน้อย แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถดูแลสถานการณ์และชี้แจงให้กลุ่มนักลงทุนเข้าใจได้ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

"เหตุการณ์จะมีความวุ่นวายมากขึ้นแค่ไหน พร้อมรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุการเกิดระเบิดที่แท้จริง เพราะอาจเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นก็ได้ หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในวงจำกัดและไม่ต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ"

เอ็มเคฯ แจงยกเลิกกฎอัยการศึกยาก

นายประวิทย์ ตันติวศินชัย รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีสาขาร้านอาหาร “เอ็มเค โกลด์” อยู่ในสยามพารากอน มองว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สังเกตจากภาวะตลาดทุนวานนี้ (2 ก.พ.) ที่ยังไม่ผันผวนมากนัก

อย่างไรก็ตาม บริเวณดังกล่าวถือเป็นสถานที่ที่คนสัญจรพลุกพล่าน อาจป้องกันการก่อเหตุความวุ่นวายได้ยาก จึงอยากให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามผลและหาผู้ก่อเหตุให้ได้ รวมถึงเกรงว่าอาจเกิดเป็นพฤติกรรมก่อเหตุที่ลอกเลียนแบบ หรือเกิดขึ้นซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน มองว่า แนวโน้มการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกในระยะเวลานี้เป็นไปได้ยากมากขึ้น เพราะขณะนี้ถือว่ากฎอัยการศึกใช้ควบคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย

ผู้เช่าพื้นที่เล็งแผนรับมือหวั่นลูกค้าหด

นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ รมย์รวินท์ คลินิก ซึ่งมีสาขาตั้งอยู่ในศูนย์การค้า สยามพารากอน คาดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในสัปดาห์นี้

บริษัทเตรียมแผนสำรองสำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้ามาใช้บริการที่สาขาสยามพารากอน โดยเตรียมแผนแจ้งนัดล่วงหน้า เพื่อโยกการบริการไปสาขาที่ชิดลมแทน

“ถ้าสถานการณ์ต่างๆยังไม่ปลอดภัย กฎอัยการศึกนี้ก็ยังคงมีความสำคัญที่จะมีผลบังคับใช้ต่อไป”

เวิลด์แบงก์ห่วงการเมืองฉุดศก.ไทย

นายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2558 ที่จัดโดยธนาคารโลกและสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ว่า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ปัจจัยภายในคือความไม่แน่นอนทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของไทย ซึ่งส่งกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน ทำให้การบริโภคไม่ฟื้นตัวเต็มที่และนักลงทุนจำนวนมากหยุดการลงทุนเพิ่มในไทย

นอกจากนี้ นายอูริค กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มากน้อยขนาดไหนขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะสามารถทำให้ผู้บริโภค นักลงทุนเชื่อมั่นใจในอนาคตของประเทศทั้งความมั่นคง ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน โดยธนาคารโลกประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวประมาณ 3.5% ส่วนการส่งออกน่าจะขยายตัวประมาณ 4% ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขการประมาณการครั้งก่อน

สถานทูตสหรัฐเตือนคนอเมริกัน

สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยได้ประกาศข้อความถึงคนอเมริกัน แจ้งว่าเกิดระเบิดที่สยามพารากอนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยได้รีบไปยังจุดเกิดเหตุทันทีรวมถึงเริ่มสอบสวนเหตุการณ์นี้ ซึ่งปัจจุบันการสอบสวนยังดำเนินอยู่

สถานทูตระบุว่าแม้สถานการณ์ในไทยสงบเรียบร้อยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าอาจเกิดเหตุเกี่ยวกับความมั่นคงขึ้นได้โดยไม่มีการเตือน ดังนั้นจึงขอให้คนอเมริกันระมัดระวัง โดยเฉพาะหากอยู่ในจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน และหากพบเจอห่อหรือกระเป๋าที่ไม่มีเจ้าของในที่สาธารณะก็ควรแจ้งตำรวจทันที

ท่องเที่ยวขอมาตรการเชื่อมั่นก่อนตรุษจีน

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุการณ์ระเบิดมีโอกาสได้ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และพบว่าธุรกิจยังดำเนินไปตามปกติ ส่วนการตรวจสอบความเชื่อมั่นจากต่างประเทศพบว่า "ระยะสั้น" ยังไม่ส่งผลกระทบ และหากหน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถตรวจสอบสาเหตุและชี้แจงข้อเท็จจริงได้รวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ คาดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อตลาดต่างชาติ เพราะปัจจุบันทั่วโลกต่างเกิดความไม่สงบในลักษณะใกล้เคียงกัน แต่หากสามารถให้ข้อมูลทันท่วงที ก็จะลดผลกระทบได้ทันท่วงทีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายแนวทางจัดการปัญหาในช่วงที่เกิดวิกฤต โดยให้ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมลงที่เกิดเหตุการณ์ทันทีเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไว้ นำมารวบรวมกับข้อมูลที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 27 แห่งทั่วโลกเก็บไว้จากการติดตามมอนิเตอร์ตลาดในพื้นที่ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและดูแลด้านความปลอดภัยรับทราบ เพื่อหามาตรการเสริมในการสร้างความเชื่อมั่นต่อไป

สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.65 ล้านคน ขยายตัว 15.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำรายได้ราว 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4 หมื่นล้านบาทหรือราว 12.7%

ททท.27 สนง.สื่อสารต่างชาติ

ด้านนายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการติดตามการนำเสนอข่าวจากต่างประเทศ พบว่ายังมีการนำเสนอข่าวการระเบิดในกรุงเทพฯ ในระดับที่ไม่ใหญ่มาก และขณะนี้กำลังรอผลการตรวจสอบเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเป็นข้อมูลให้ ททท. 27 สำนักงานทั่วโลกไปสื่อสารกับตลาดของตัวเองทั่วโลกต่อไป

ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า กังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว เพราะไทยยังอยู่ระหว่างกฎอัยการศึก แต่ยังถือว่าผลกระทบอาจไม่มากเพราะไม่มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นเอเยนต์ทัวร์จึงไม่ได้ติดต่อสอบถามเข้ามา

เอกชนรับห่วงเชื่อมั่นเที่ยว"ตรุษจีน"

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นห่วงความเชื่อมั่นในเทศกาลตรุษจีน 19 ก.พ.นี้ เพราะนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างอ่อนไหวต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างมาก ดังนั้น จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเข้มงวดกวดขันด้านความปลอดภัยให้มากกว่านี้ เพราะคาดว่าในช่วงเทศกาลจะมีชาวจีนเดินทางมาอีกไม่ต่ำกว่า 2.5-2.8 แสนคน พร้อมกันนี้ ต้องแสดงความชัดเจนในการชี้แจงและวางแนวทางแก้ไขปัญหาครั้งนี้โดยเร็วด้วย

สำหรับนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวมากนัก เพราะสำนักข่าวต่างประเทศยังคงให้ความสนใจกับประเด็นเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ มากกว่า โดยเฉพาะประเด็นความเคลื่อนไหวจากกลุ่มรัฐอิสลาม อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลเข้มงวดด้านความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะเป็นผลกระทบท่องเที่ยว เพราะจุดที่เกิดเหตุค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ๆ ที่เป็นจุดศูนย์กลางด้านท่องเที่ยวที่ทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมเดินทางไป แต่อาจจะในระยะสั้นเท่านั้น หากไม่มีเหตุการณ์ซ้ำก็อาจจะผ่านเลยไปเลย แต่ยอมรับว่า การยังคงกฎอัยการศึกก็คงมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศอยู่