กำไรสูงกว่าประมาณการของเราเล็กน้อยเนื่องจากกำไรการขายสินทรัพย์
กำไรไตรมาส 3/58 สูงกว่าประมาณการเรา 6%
STANLY รายงานกำไรไตรมาส 3/58 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) ที่ 350 ล้านบาท สูงขึ้น 4% YoY และ 49% QoQ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ 6% และสูงกว่าประมาณการตลาด 9% เนื่องจากบริษัทได้กำไรจากการขายสินทรัพย์ (โรงงานผลิตโคมไฟแห่งที่ 4 ที่นิคมอุตฯนวนคร) สูงกว่าคาด ส่งผลให้ไตรมาสดังกล่าวนี้ STANLY มีกำไรพิเศษ 91 ล้านบาท (เราคาดการณ์กำไรไว้ที่ 70 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามกำไร 9 เดือนแรกของปี 2557 ลดลง 27% เป็น 790 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 69% ของประมาณการกำไรปี 2558
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้หดตัวลง 5% YoY และ 2% QoQ เป็น 2.3 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ล่าช้าจากอุปสงค์รถยนต์ที่ชะลอตัวกอปรกับการผลิตยานยนต์ลดต่ำลง ให้สังเกตว่ายอดการผลิตยานยนต์ในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. 2557 เป็ฯ 4.17 แสนคัน ลดลง 10.7% YoY แต่สูงขึ้น 3.1% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นของ STANLY เป็น 18.5% ในไตรมาส 3/58 ลดลงจาก 21.2% ในไตรมาส 3/57 แต่ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 15.3% (จากการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไตรมาสนี้ขายแม่พิมพ์น้อยมากซึ่งปกติแม่พิมพ์ให้กำไรน้อยมากกว่าผลิตภัณฑ์ปกติ)
การที่สายการผลิตโรงงานที่7 ล่าสุด ของบริษัทยังคงอัตรากำลังการผลิตต่ำกว่า 60% นั้นส่งผลให้บริษัทไม่สามารถสร้างการประหยัดของธุรกิจได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง YoY โดยผู้บริหารคาดว่าอัตราการผลิตของสายการผลิตตัวใหม่ดังกล่าวนี้จะปรับตัวสูงขึ้นเป็น 70% ในช่วงปลายไตรมาส 4/58 (ม.ค.-มี.ค. 2558) ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุน
แนวโน้ม
เราคาดว่า STANLY จะรายงานกำไรหลักโตขึ้น QoQ สำหรับไตรมาส 4/58 (ม.ค.-มี.ค. 2558) อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงจะหนุนกำไรให้สูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนที่จะขายสินทรัพย์อื่นๆที่ไม่ใช่กิจการหลังต่อเนื่องในไตรมาส 4/58 (ม.ค.-มี.ค. 2558) และจะมีกำไรพิเศษอีกในไตรมาสดังกล่าว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 และปี 2559 ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เนื่องจากกลุ่มยานยนต์จะเริ่มฟื้นตัวในปีนี้ ดังนั้น STANLY จะค่อยๆมียอดคำสั่งซื้อแข็งแกร่งขึ้น ให้สังเกตว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศปี 2558 โต 10% เป็น 2.1 ล้านคัน หลังจากหดตัวลง 18% ในปี 2557
ดังนั้น เราจึงปรับเป้าการลงทุนเป็นงวดปี 2559 ของกิจการ(เมษายน2558-มีนาคม 2559)และราคาเป้าหมายใหม่เป็น 246 บาท อ้างอิง PER ที่ 13.8เท่า (+1.0 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) หุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PER ปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค.2559) ที่ไม่แพงที่ 12 เท่า จากจุดสูงสุดล่าสุดที่ 13.75 เท่า ((+1.0 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ในปี 2555 ก่อนที่อุปสงค์รถยนต์ที่ดิ่งลงหลังจากสิ้นสุดโครงการลดหย่อนภาษีรถยนต์คันแรก เราปรับคำแนะนำการลงทุนของบริษัท STANLY จาก ขาย เป็น ซื้อ









