ผู้ถือหุ้นใหม่สำหรับธุรกิจทีวีดิจิตอล
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าการลดสัดส่วนการถือหุ้นในช่องวัน (เหลือ 51%) จะลดส่วนแบ่งกำไรจากช่องวันในอนาคต แต่เราเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับบริษัทในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ อ้างอิงจากผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของธุรกิจทีวีดิจิตอล เราได้ปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ลง 14% เป็น 22.4 บาท เพื่อสะท้อนมูลค่าที่ลดลงจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นในช่องวันและประมาณการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับปี 2558
กลุ่มนายถกลเกียรติ ถือหุ้นช่องวัน 49%
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2557 GRAMMY มีมติสละหุ้นเพิ่มทุนของ บจก. จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี เทรดดิ้ง (ถือหุ้น 100% ในบจก. จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี ผู้ดำเนินงาน ช่องวัน ดิจิตอลทีวี) ให้กับกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งขณะนี้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจจีเอ็มเอ็ม วัน ดิจิตอล ทีวีของ GRAMMY เป็นมูลค่า 440.8 ล้านบาท (4.4 ล้านหุ้น พาร์ 100 บาทต่อหุ้น) หลังจากการทำรายการดังกล่าว กลุ่มนายถกลเกียรติจะเข้ามาถือหุ้น 49% และ GRAMMY จะถือหุ้น 51% (จากเดิมถือ 100%)
เราเชื่อว่าการเข้าทำรายการดังกล่าวถึงแม้ว่าจะเป็นการลดส่วนแบ่งกำไรจากช่องวันในอนาคต แต่จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในการดำเนินงานธุรกิจทีวีดิจิตอลให้กับบริษัท (ช่องวัน) รวมถึงยังเป็นแนวทางในการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้กับบริษัทในระยะยาว ซึ่งก่อให้เกิดผลเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ
ส่วนแบ่งจำนวนผู้ชมและเรทติ้งปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สัดส่วนจำนวนผู้ชมของช่องวันเติบโตก้าวกระโดดจาก 0.77% ในเดือนพ.ย.เป็น 1.28% ในเดือนธ.ค. และปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 0.26% ในเดือนพ.ย.เป็น 0.31% ในเดือนธ.ค. สำหรับช่องจีเอ็มเอ็ม ชาแนล เรทติ้งของทั้งช่องวันและช่องจีเอ็มเอ็ม ชาแนลก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 0.058 และ 0.019 ในเดือนพ.ย.เป็น 0.092 และ 0.023 ในเดือนธ.ค.ตามลำดับ เราเชื่อว่าเรทติ้งของทั้งสองช่องจะเติบโตขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 1/58 หนุนโดยคอนเท้นต์ใหม่ เช่น รายการ เดอะ สตาร์ 11 โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ช่องดิจิตอลทั้งสองช่องขึ้นมาอยู่ในห้าอันดับแรกในกลุ่มช่องทีวีดิจิตอล
คาดขาดทุนลดลงอย่างมาก YoY สำหรับไตรมาส 4/57
เราคาดรายได้ไตรมาส 4/57 ของ GRAMMY จะเติบโต 10% QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย 3% YoY ธุรกิจโฮม ชอปปิ้งถึงจุดคุ้มทุนไปแล้วในเดือนพ.ย. (ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน 4 ล้านบาท) หลังจากขาดทุน 14 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 ขณะนี้เราคาดขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 200 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 62% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ คาดการณ์ขาดทุนลดลงอย่างมาก YoY นั้นเนื่องมาจากไม่มีการรับรู้การขาดทุนจากธุรกิจเพย์ทีวี ส่วนขาดทุนเพิ่มขึ้น QoQ นั้นเนื่องจากเราคาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับดิจิตอลทีวีเพิ่มขึ้น
เราปรับเพิ่มประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2558 35% เป็น 420 ล้านบาท เนื่องจากสมมติฐานอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยสุทธิลดลงสำหรับดิจิตอลทีวีทั้งสองช่องในปี 2558 (จาก 38,000 บาทต่อนาที เป็น 26,000 บาทต่อนาทีสำหรับช่องวัน และจาก 35,000 บาทต่อนาที เป็น 25,000 บาทต่อนาทีสำหรับช่องจีเอ็มเอ็ม ชาแนล)









