IRPC - ถือ, ERW - ซื้อ, EPG - ถือ
IRPC ถือ ราคาพื้นฐาน 3.30 บาท
IRPC : บริษัทจะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4/57 ในวันที่ 10 ก.พ. 2557 โดยเราคาดว่าบริษัทจะรายงานผลประกอบการขาดทุนที่ 6,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4/57 ได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกสินค้าคงคลังขนาดมโหฬารที่ 9,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดไว้ตอนแรก ทั้งนี้จากผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/57 ที่ขาดทุน จะทำให้ผลประกอบการทั้งปีในปี 2557ขาดทุนที่ 5,400 ล้านบาท ในระยะเวลาข้างหน้า เราเชื่อปัจจัยลบได้สะท้อนไปยังราคาหุ้นแล้ว เราเชื่อว่านักลงทุนกำลังรอประโยชน์จากโครงการฟีนิกส์ ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทมีกำไรในปี 2558 คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 3.30 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 3.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
ERW ซื้อ ราคาพื้นฐาน 5.70 บาท
ERW : เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิที่ 55.5 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4/57 พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิที่ 83 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/57 ผลักดดันจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในกทม. ด้านการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ของโรงแรมในกทม.กลับเป็นเพิ่มขึ้น 11%yoy ในไตรมาสที่ 4/57 ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก -40.9% ในไตรมราสที่ 1/57, -26.4% ในไตรมาสที่ 2/57 และ -9.2% ในไตรมาสที่ 3/57 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยการพลิกฟื้นของธุรกิจ การมีโครงสร้างรายได้ที่กระจายตัวทั้งด้านประเภทธุรกิจและพื้นที่การดำเนินงาน และศักยภาพในการทำกำไรจากการขายโรงแรมเข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในปี 2558 ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 5.70 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
EPG ถือ Consensus 8.50 บาท
EPG : นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากกรณีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกและราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลง ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจของบริษัท ซึ่งเป็นผู้ผลิตกลางน้ำและปลายน้ำที่ต้องสั่งวัตถุดิบปิโตรเคมีเข้ามาแปรรูปเพื่อผลิตสินค้า นอกจากนี้ ภาวะราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงยังเป็นผลให้บริษัทปรับเปลี่ยนนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบแบบ SPOT จากเดิมที่สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก เพราะการซื้อแบบนี้จะได้ราคาที่สอดคล้องกับตลาด ประกอบกับ ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีโอกาสที่บริษัทจะซื้อวัตถุดิบในราคาที่ถูกลงได้อีก อีกทั้ง หลังจากที่บริษัทได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ได้รับเงินทุนและนำไปชำระหนี้สิน จนส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ปรับลงเหลือเพียง 0.3 เท่า ต่ำกว่าเดิมที่มากเกิน 1 เท่า ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงถึงหลักร้อยล้านบาทต่อปี (ข่าวหุ้น)
Sector News
กลยุทธ์ : หัวหน้านักเศรษฐศาสต์ คุณ จิมมี ค็อก จากธนาคารยูโอบี สิงค์โปร์ เชื่อว่าการดำเนินนโยบายสวนทางของธนาคารกลางทั่วโลกจะยังไม่จบในเร็วๆนี้ โดยเชื่อว่าธนาคารกลางยุโรปจะทำอะไรก็ตามเพื่อเป็นการปกป้องการล่มสลายที่มากขึ้นของเศรษฐกิจกลุ่มยุโรป และจะยังดำเนินการพิมพ์เงินออกมาต่อไปจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะเป็นไปตามที่คาดไว้ นอกจากนี้เขาเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลงเป็น 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขณะที่การเติบโตของภูมิภาคอาเซียนจะเป็นเครื่องจักรถัดไปที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
KTB ซื้อ ราคาพื้นฐาน 29 บาท
KBANK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 290 บาท
STEC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 30.25 บาท
PS ซื้อ ราคาพื้นฐาน 38.25 บาท









