พีพีทีวี เปิดแผนลุยทีวีดิจิทัลปี 58 ลงทุน 1.6 พันล้านบาทเสริมทัพคอนเทนท์-เทคโนโลยี ลุยเจาะตลาดแมส
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนายการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (บีเอ็มบี) ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่อง "พีพีทีวี เอชดี" เปิดเผยว่านโยบายการบริหารธุรกิจทีวีดิจิทัลในปีนี้ จะใช้เงินลงทุนรวม 1,600 ล้านบาท ประกอบด้วยการผลิตคอนเทนท์ 1,000 ล้านบาท งบสื่อสารการตลาด 200 ล้านบาท งบพัฒนาสื่อป้ายดิจิทัล 100 ล้านบาท การลงทุนสตูดิโอและเทคโนโลยี Orad รถโอบีถ่ายทอดสดรวม 300 ล้านบาท วางเป้าหมายปีนี้ติด 1ใน 5 ผู้นำเรทติ้งทีวีดิจิทัล
ภายใต้แผนการพัฒนารายการในปีนี้ จะเน้นรายการเจาะตลาดแมสเพิ่มขึ้น กลุ่มรายการเกมส์โชว์ เรียลลิตี้โชว์ ซีซันนอล โปรแกรม 3 เดือน พร้อมนำเสนอละครไทยปีละ 8-10 เรื่อง พร้อมทั้งเพิ่มรายการประเภทวิเคราะห์ข่าวและสถานการณ์ข่าว เนื่องจากปีนี้ และปีหน้าจะหลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่น่าสนใจ ปัจจุบันมีทีมข่าวกว่า 100 คน และพัฒนาศูนย์ข่าวในต่างจังหวัดและอาเซียนเพิ่มเติมในปีนี้
“หลังจากปรับผังรายการใหม่ช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่าเรทติ้งผู้ชมพีพีทีวี ขยับขึ้นจาก อันดับ 14 มาที่อันดับ 9 มั่นใจว่าตามแผนการปรับรายการในปีนี้ เพื่อขยายฐานกลุ่มแมส สิ้นปีนี้จะบรรลุเป้าหมายติดท็อปไฟว์ผู้นำเรทติ้งทีวีดิจิทัล” นายเขมทัตต์ กล่าว
สำหรับการปรับผังรายการใหม่ในปีนี้ บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาโฆษณาแต่อย่างใด โดยมีราคาโฆษณาตาม Rate Card สูงสุดที่ 2 แสนบาทต่อนาที ปกติภาพรวมทีวีดิจิทัลทั่วไปจะเสนอส่วนลดจากราคาโฆษณาที่ 50-70% ตามแผนการปรับผังรายการใหม่ ต้องการเพิ่มเรทติ้งโฆษณาเป็นลำดับแรกก่อนที่จะเสนอปรับราคาใหม่ หลังจากเอเยนซีพอใจเรทติ้งช่อง มีโอกาสที่จะปรับราคาโฆษณาเพิ่มในอนาคต
นายเขมทัตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่าในปีที่ผ่านมาพีพีทีวี มีสัดส่วนการใช้พื้นที่โฆษณา 40% หลังปรับผังรายการใหม่ในปีนี้ วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้เวลาโฆษณาเพิ่มขึ้น “เท่าตัว” ที่ 80% ของสถานี โดยช่วงเวลาไพรม์ไทม์ 17.00-22.30 น. มีอัตราการใช้พื้นที่โฆษณา 90-100%
หลังการออกอากาศทีวีดิจิทัลในเดือน เม.ย.ปี2557 ปัจจุบัน “เอจีบี นีลเส็น” รายงานสัดส่วนผู้ชมทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากตัวเลข 3.4% ในช่วงเริ่มต้น สิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 15-17% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนตัวเลขผู้ชมช่องอนาล็อกทีวีเดิม ลดลงจาก 79.3% เหลือ 72.5% เช่นเดียวกับช่องเทคเบิลและทีวีดาวเทียม จาก 17.3% เหลือ 14%
“จากการปรับผังรายการของช่องทีวีดิจิทัลต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปีก่อนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าสัดส่วนผู้ชมช่องทีวีดิจิทัล จะขยายตัวต่อเนื่องและในปี 2560 สัดส่วนผู้ชมช่องอนาล็อกเดิมและทีวีดิจิทัล ช่องใหม่จะมีสัดส่วนเท่ากัน” นายเขมทัตต์ กล่าว
อย่างไรก็ตามหลังจากสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการแจกคูปองไปแล้วประมาณ 7 ล้านฉบับ ขณะที่อัตราการนำคูปองมาใช้แลกอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณดิจิทัล หรือจอทีวีระบบดิจิทัล ราว 20% ถือเป็นสัดส่วนไม่สูง ส่งผลต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่มีฐานผู้ชมไม่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย ส่งผลต่อแผนการหารายได้ของทีวีดิจิทัลในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ต้องการให้ สำนักงาน กสทช. พิจารณากรณีการนำคูปองทีวีดิจิทัล เพื่อนำไปแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียมเพิ่มเติม เพื่อเร่งขยายฐานผู้ชม









