วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

HOTPOT

ผลประกอบการมีโอกาสต่ำกว่าคาด

ยอดขายยังไม่ฟื้นตัวใน 4Q57

เรามอง HOTPOT มีโอกาสที่ผลประกอบการทั้งปี 57 จะขาดทุนมากกว่าที่เราคาดที่ 8 ล้านบาท จากยอดขาย 4Q57 ที่ยังไม่ฟื้นตัวแม้เป็นช่วงจับจ่าย ถือว่าแย่กว่าที่เราคาด โดยในเดือน ต.ค.และ พ.ย. รายได้ยังคงอ่อนตัวเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 56 ในขณะที่เดือน ธ.ค. ปรับดีขึ้นได้ตามช่วงเทศกาล (วันพ่อและช่วงสิ้นปี) เราประเมิน HOTPOT อยู่ในธุรกิจอาหารสุกี้ชาบูที่มีการแข่งขันสูงและภาพลักษณ์แบรนด์ยังไม่แข็งแรงนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ส่งผลให้เราคาดยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ HOTPOT ยังคงติดลบต่อเนื่อง (สวนทางกับ M ซึ่งทำธุรกิจคล้ายกัน SSSG เริ่มพลิกเป็นบวก) รวมถึง 4Q57 จะยังมีการบันทึกขาดทุนจากการปิดสาขา จากการปิดสาขาสุทธิ 7 สาขา โดยสิ้นปี 57 HOTPOT มี 144 สาขา ลดลง 6%YoY

เจาะตลาดอาหารสเต็ก หนุนยอดขายระยะยาว

HOTPOT ขยายธุรกิจแตกไลน์ร้านอาหารใหม่ภายใต้แบรนด์ “Signature Steak Loft” ให้บริการอาหารประเภทสเต็กสไตล์ไทย-ตะวันตก เพื่อขยายตลาดและลดผลกระทบจากการแข่งขันสูงในธุรกิจอาหารสุกี้ชาบู โดยเรามองตลาดร้านอาหารสเต็กการแข่งขันมีน้อยกว่า เนื่องจากยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดครองความได้เปรียบชัดเจน (คู่แข่งที่มีกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกันคือ Santa Fe, Jeffer Steak และ Eat Am Are) ประกอบกับ HOTPOT มีประสบการณ์ในธุรกิจอาหารมานาน จึงเชื่อว่า “Signature Steak Loft” มีศักยภาพในการแข่งขันได้ และคาดจะหนุนผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันยังมีเพียงสาขาเดียวและเป็นช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ โดยบริษัทตั้งเป้าการขยาย 5 – 10 สาขาต่อปี ใน 3 ปีข้างหน้า

คงมุมมองเดิมคาดฟื้นตัวใน 2H58

เรามีมุมมองที่ดีต่อการต่อยอดธุรกิจร้านอาหารสเต็ก ซึ่งคาดว่าจะมีอัตรากำไรสูงกว่าร้านอาหารบุฟเฟ่ในเครือของ HOTPOT และจะผลักดันการฟื้นตัวของผลประกอบการตั้งแต่ปี 59 ขณะที่ปี 58 คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวจากการปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์และการให้บริการรวมถึงทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 21 ล้านบาท จากสมมติฐานรายได้โต 10% จากการฟื้นตัวของ SSSG ระดับใกล้เคียงกัน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 55% เทียบกับ 54% ใน 9M57 และคงมูลค่าเหมาะสมปี 58 ที่ 3.50 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 9%, Terminal growth 2%) เทียบเท่า 0.5 เท่า P/Sales ปี 58 ถือว่าถูกเทียบธุรกิจร้านอาหารที่มี P/Sales เฉลี่ยราว 2 เท่า เราคงแนะนำเพียง “เก็งกำไร” เนื่องจากผลประกอบการรายไตรมาสยังคงผันผวนสูงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า