"ซูเปอร์บอร์ด" เตรียมอนุมัติแผนลงทุนขนาดใหญ่ 3 รัฐวิสาหกิจ ประเดิมโครงการรถไฟรางคู่ของรฟท.เส้นทางจิระ-ขอนแก่น
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด เปิดเผยว่า ในการประชุมซูเปอร์บอร์ดวันที่ 26 ม.ค.นี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เข้าข่ายเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพราะมีมูลค่าการลงทุนเกิน 1 พันล้านบาท จำนวน 3 โครงการ
ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงชุมชนถนนจิระ-ขอนแก่น ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงินรวม 26,007ล้านบาท ระยะเวลาการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558-2561 โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และโครงการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ห่างไกล ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
ที่ประชุมยังจะพิจารณาการดำเนินงานของอนุกรรมการซูเปอร์บอร์ดทั้ง 3 ชุด คือ ผลการพิจารณาของอนุกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบ บรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจ พร้อมกับพิจารณาผลการพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจด้านคมนาคมขนส่ง 3 แห่ง คือการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ยังจะมีการพิจารณาจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้กับอดีตผู้ปฏิบัติงานของ รฟท. พิจารณาการปรับปรุงบัญชีโครงสร้างอัตราค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ พร้อมกับมีการพิจารณาแผนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของไทย ในปี 2558-2564 แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วนของปี 2558 และพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับการร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย
สำหรับแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในปี 2558-2564 นั้น ประกอบด้วย แผนงานพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ด้วยการสร้างรถไฟรางคู่6 สาย ระยะทางประมาณ 887 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 1.27 แสนล้านบาท แผนพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพ และปริมณฑลซึ่งตั้งเป้าจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้า 299 กิโลเมตร ในอีก 5 ปีข้างหน้า สามารถรองรับการเดินทางได้ 5-8 ล้านคนต่อวัน
แผนงานการเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศ และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน มีโครงการเร่งรัดก่อสร้างขยาย 4 ช่องทางจราจร เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง มีแผนงานการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ โดยพิจารณาความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเรือลำน้ำและท่าเรือชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและระหว่างประเทศ และเป็นการเปิดประตูการขนส่งด้านฝั่งทะเลอันดามันที่สามารถเชื่อมโยงเป็นสะพานเศรษฐกิจกับท่าเรือฝั่งอ่าวไทย รวมทั้งเป็นทางเลือกในการขนส่งที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใหม่ รวมทั้งมีแผนพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากเรื่องเพื่อพิจารณาแล้ว ยังมีเรื่องรายงานให้ที่ประชุมซูเปอร์บอร์ดรับทราบหลายเรื่อง เช่น การพิจารณาโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เข้าข่ายเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รายงานข้อมูลรัฐวิสาหกิจที่มีความสามารถในการชำระหนี้ต่ำกว่า 1.5 เท่า และรายงานการพิจารณารายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ









