ประเด็นหลักจากการทำโรดโชว์ในประเทศ
ประเด็นการลงทุน
เมื่อวานนี้เราได้พาคุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ เข้าพบนักลงทุนสถาบัน โดยผู้บริหารได้กล่าวถึงแผนธุรกิจปี 2558 (ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด) อย่างมั่นใจว่า LPN จะสามารถรายงานยอดรับรู้รายได้คอนโดเติบโตอย่างน้อย 36% เป็น 16 พันล้านบาทในปี 2558 อีกทั้งยังแนะอัพไซด์ต่อรายได้ที่ 18 พันล้านบาท ยอดจองซื้อและรายได้ปี 2557 ที่ชะลอตัวได้ผ่านพ้นไปแล้ว ส่งผลให้ LPN จะรายงานยอดจองซื้อและการเติบโตกำไรไตรมาส 4/57 โดดเด่นที่สุดในกลุ่มที่เราให้คำแนะนำ ทำให้เรายังคงชื่นชอบ LPN เนื่องจากมีการเติบโตกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่มและมีความชัดเจนของรายได้มากที่สุดอีกด้วย โดยเราเชื่อว่ากำไรที่จะทำสถิติสูงสุดในปี 2558 จะหนุนระดับมูลค่าซื้อขายหุ้นให้เพิ่มสูงขึ้น เราคงราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 เป็น 27 บาท อ้างอิง PER ที่ 14 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 ที่ 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
ไตรมาส 4/57 ยังแข็งแกร่ง แม้จะพลาดเป้าหมายปี 2557 ก็ตาม
ผู้บริหารแนะยอดจองซื้อปี 2557 เป็น 17 พันล้านบาท ลดลงจากยอดจองที่ทำสถิติสูงสุดที่ 24 พันล้านบาทในปี 2556 มูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่รวมเมื่อปี 2557 เพียง 13 พันล้านบาท ลดลง 32% YoY บริษัทจะรายงานรายได้ที่อยู่อาศัยปี 2557 ลดลงต่ำกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ประมาณ 12% จาก 13.6 พันล้านบาท (ผู้บริหารแนะรายได้ที่ 12.3 พันล้านบาท มาจากคอนโด 11 พันล้านบาท และโครงการแนวราบ 600 ล้านบาท) โดยแม้ว่ายอดจองซื้อและรายได้ปี 2557 จะหดตัวลง YoY แต่ LPN จะรายงานยอดจองซื้อและกำไรเติบโตโดดเด่นกว่าในกลุ่มที่เราให้คำแนะนำสำหรับไตรมาส 4/57 ซึ่งเราคาดยอดจองซื้อ LPN ที่ 4 พันล้านบาท (สูงขึ้น 38% QoQ เทียบกับยอดจองซื้อกลุ่มที่ลดลงประมาณ 20%) และรายได้จากการขายที่อยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท สูงขึ้น 4% YoY และ 22% QoQ
แผนการเติบโตธุรกิจปี 2558 แข็งแกร่ง และรายได้มีโอกาสสูงกว่าแผน
LPN แผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2558 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 54% YoY เป็น 19 พันล้านบาท (11 โครงการ, รูปภาพที่ 2) และตั้งเป้ายอดจองซื้อที่ 20 พันล้านบาทสำหรับปีดังกล่าว เติบโต 17% YoY ซึ่งจะมาจากการระบายสินค้าคงคลังที่ 13 พันล้านบาทและยอดจองคอนโดที่เปิดตัวในปี 2558 ที่ 7 พันล้านบาท คุณโอภาสตั้งสมมติฐานอัตราจองซื้อโครงการเปิดตัวใหม่ปี 2558 เชิงอนุรักษ์นิยมที่ระหว่าง 30-50% โดยในไตรมาส 1/58 LPN วางแผนที่จะเปิดตัวโครงการพาร์คบีช ชะอำ (มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท), วิลล์ นครอินทร์ (1.8 พันล้านบาท), เปิดตัวโครงการทาว์นชิป รังสิต 1 อีกครั้ง (3.4 พันล้านบาท) และคอนโดใหม่ที่ยังไม่เปิดเผยสถานที่ (1.5-2 พันล้านบาท)
เป้าหมายรายได้คอนโดที่ 16 พันล้านบาท สำหรับปี 2558 คิดเป็นการเติบโตสูงถึง 36% YoY แต่ LPN เชื่อว่าจะมีอัพไซด์ต่อรายได้ที่อาจแตะ 18 พันล้านบาท โดยบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่ 19 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2557 ซึ่งมีกำหนดโอนในปี 2558 ที่ 14 พันล้านบาท ประกันเป้ารายได้ที่อยู่อาศัยเป้าหมายแล้วถึง 87% ทั้งนี้แนวโน้มกำไรรายไตรมาสของปี 2558 จะมีการบริหารจัดการได้ดีกว่าในปี 2557 เนื่องจากจะมีคอนโด 1 แห่งที่จะเริ่มโอนในไตรมาส 1/58, 2 แห่งในไตรมาส 2/58, อีก 2 แห่งในไตรมาส 3/58 และ 2 แห่งในไตรมาส 4/58 (ในทางกลับกัน เมื่อปี 2557 มีการโอนคอนโดขนาดเล็กเพียง 1 แห่งในไตรมาส 1/57, ไม่มีการโอนในไตรมาส 2/57 และโอนคอนโดใหม่ 3 แห่งทั้งในไตรมาส 3/57 และไตรมาส 4/57)
แนะอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ผนวกับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอาจดีกว่าประมาณการของเรา
ผู้บริหารแนะอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2558 ว่าควรจะเพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากโครงการอัตรากำไรชั้นต้นที่ค่อนข้างสูงภายใต้แบรนด์ Park/Place หลายโครงการที่จะมีการโอนภายในปีนี้ ได้แก่ ลุมพินี เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 2, ศรีนครินทร์-หัวหมาก, รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน และพระราม 9 ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มจะสูงกว่าประมาณการของเราได้ที่สมมติฐานเราอัตรากำไรขั้นต้นเติบโตเพียง 0.2% YoY พร้อมกันนี้ผู้บริหารยังแนะสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ระหว่าง 10-12% (เราตั้งสมมติฐานไว้ค่อนข้างสูงที่ 12%)









