"ซี.พี.-อิโตชู" ทุ่ม3แสนล้าน จัดตั้งบริษัทร่วมทุนถือหุ้น20% ยักษ์ธุรกิจจีน"ซิติก ลิมิเต็ด"
ต่อยอดจุดแข็งผู้นำแต่ละธุรกิจ "เกษตรแปรรูป-ค้าระหว่างประเทศ-การเงิน" สร้างโอกาสการค้า-ลงทุน รุกตลาดเอเชียและโลก
หลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับอิโตชู คอร์ปอเรชั่น บริษัทการค้าระหว่างประเทศที่มีเครือข่ายการค้า 65 ประเทศทั่วโลก เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดเกิดความร่วมมือเป็นรูปธรรมแรก ในการร่วมกันรุกธุรกิจระดับภูมิภาค ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเข้าไปถือหุ้นบริษัทซิติก ลิมิเต็ด หนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ด้วยวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เปิดเผยว่า ซี.พี. และอิโตชู คอร์ปอเรชั่น บริษัทการค้าชั้นนำของญี่ปุ่นได้เข้าไปลงทุนในบริษัท ซิติก ลิมิเต็ด จำกัด (CITIC Limited) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ เจียไต๋ ไบรท์ อินเวสต์เม้นท์ จำกัด หรือ ซีที ไบรท์ (CT Bright) โดยซี.พี.และอิโตชู ถือหุ้นสัดส่วน 50:50 รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 80,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 343,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนฝ่ายละประมาณ 171,500 ล้านบาท
การลงทุน ประกอบด้วย 2 ธุรกรรม คือ ธุรกรรมแรก ซีที ไบรท์จะซื้อหุ้นซิติก ลิมิเต็ด 2,490,332,363 หุ้น คิดเป็น 10% ของหุ้นซิติก ลิมิเต็ด มีมูลค่า 150,000 ล้านบาท หุ้นดังกล่าวถือครองโดย ซิติก กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลจีน ปัจจุบันถือหุ้น 78%ในซิติก ลิมิเต็ด
ส่วนธุรกรรมที่ 2 เป็นการลงทุนโดยซื้อหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ ซึ่ง ซิติก ลิมิเต็ด จะออกหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ 3,327,721,000 หุ้น แก่ซีที ไบรท์ คิดเป็นมูลค่า 194,000 ล้านบาท
โดยทั้ง 2 ธุรกรรมมีราคาซื้อขายตกลงกัน 13.80 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น หรือ 58 บาทต่อหุ้น การซื้อขายหุ้นครั้งนี้ ต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และการออกหุ้นบุริมสิทธิต้องได้รับอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นอิสระรายย่อยของซิติก ลิมิเต็ด ในการประชุมผู้ถือหุ้น คาดจะจัดขึ้นภายในเดือนก.พ.นี้
เมื่อการดำเนินการทั้ง 2 ธุรกรรมเสร็จสิ้น จะส่งผลให้ซีที ไบรท์ เป็นผู้ถือหุ้นในซิติก ลิมิเต็ดคิดเป็น 20% ของหุ้นซิติก ลิมิเต็ด
ผนึกจุดแข็งรุกค้า-ลงทุนเอเชีย
การร่วมทุนดังกล่าว มีเป้าหมายเสริมศักยภาพธุรกิจ สร้างโอกาสการค้าและการลงทุนร่วมกันในเอเชียและโลก โดยส่วนของ ซี.พี.จะช่วยขยายโอกาสธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรม อาหาร ค้าปลีก การค้าระหว่างประเทศ และอื่นๆ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายในการเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน
“ความร่วมมือระหว่างซี.พี. อิโตชู และซิติกฯ ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของธุรกิจในเอเชีย เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียเติบโตสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นการผนึกกำลังโดยอาศัยจุดแข็ง เครือข่าย และทรัพยากรร่วมกันของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งต่างเป็นผู้นำในตลาดโลก ทำให้เกิดการลงทุนในภาคธุรกิจหลากหลายประเภท และขยายธุรกิจไปยังเอเชียและโลก” นายธนินท์ กล่าว
ด้าน นายฉาง เจิ้นหมิง ประธานกรรมการ บริษัท ซิติก ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า การร่วมทุนครั้งนี้ จะทำให้ ซิติก ลิมิเต็ด มีผู้ถือหุ้นหลากหลาย สามารถระดมเงินจากการเพิ่มทุนได้อีก 46,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 194,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปพัฒนาธุรกิจต่างๆ รวมทั้งลงทุนในโอกาสใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาของจีน
“ซี.พี. และ อิโตชู เป็นกลุ่มธุรกิจระดับโลก ที่ช่วยเสริมศักยภาพและต่อยอดธุรกิจให้ซิติก ลิมิเต็ด การลงทุนครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจากปรับโครงสร้างบริษัท ซึ่งได้เริ่มต้นเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนจากซิติก แปซิฟิก มาเป็นซิติก ลิมิเต็ด ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในจีน”
นายมาซาฮีโร่ โอกาฟูจิ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อิโตชู มองหาโอกาสขยายธุรกิจในจีน และเอเชีย การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ ซี.พี. และซิติก ต่างเป็นบริษัทชั้นนำของภูมิภาคนี้ ทำให้มั่นใจว่าจะเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และเสริมความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น จีน ไทย และประเทศในเอเชีย
"การลงทุนครั้งนี้ เป็นความพยายามสร้างธุรกิจของอิโตชูในจีนมาตั้งแต่ได้รับการยกย่องจากรัฐบาลจีน ให้เป็นบริษัทการค้าที่เป็นมิตร เมื่อปี 2515"
หวังต่อยอดธุรกิจระดับโลก
นายเนติธร ประดิษฐ์สาร รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างซี.พี. กับอิโตชู จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเข้าไปถือหุ้น 20% ในบริษัท ซิติก ลิมิเต็ด ถือเป็นการลงทุนที่เดินบนแผนยุทธศาสตร์การลงทุนหลักของซี.พี. ที่ต้องการดำเนินธุรกิจที่เชี่ยวชาญและหลากหลาย นอกจากความแข็งแกร่งด้านสินค้าเกษตรแล้ว ยังมองหาโอกาสพันธมิตร เพื่อดำเนินธุรกิจใหม่ในต่างประเทศ ต่อยอดธุรกิจไปสู่ระดับโลก
โดยความร่วมมือของ 3 บริษัทชั้นนำจาก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และไทย จะหลอมรวมความเชี่ยวชาญในแต่ละธุรกิจ โดยซิติก ถือว่าแข็งแกร่งด้านการเงิน อิโตชูแข็งแกร่งด้านการค้า ส่วนซี.พี.คือผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรและอุตสาหกรรม เมื่อมาร่วมมือทำให้สามารถขยายธุรกิจในเอเชียและระดับโลกได้ง่ายขึ้น
"ทั้งซิติก และอิโตชู ต่างเป็นธุรกิจที่มีความใหญ่ในธุรกิจของตัวเอง ขณะที่ซี.พี. ก็มีธุรกิจในจีนมายาวนาน เริ่มต้นจากสินค้าเกษตร จนปัจจุบันขยายไปสู่ ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ ไม่หยุดที่จะแสวงหาโอกาสและพันธมิตรใหม่ๆ โดยเฉพาะเมื่อซิติกร่วมมือกับซี.พี. จะต่อยอดธุรกิจในจีนให้ครอบคลุมมากขึ้น" เขากล่าว
ซี.พี.มั่นใจสถาบันการเงินหนุนดีล
สำหรับวงเงินร่วมทุนฝ่ายละ 171,500 ล้านบาทนั้น ส่วนของซี.พี.จะระดมทุนจากผลการดำเนินงานของซี.พี. พร้อมไปกับการกู้เงินจากสถาบันการเงินบางส่วน ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการดำเนินงาน เพราะต่างเป็นบริษัทที่ได้รับความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ ซี.พี. เป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกที่เข้าไปลงทุนในจีนเมื่อปี 2522 ตั้งแต่จีนเริ่มเปิดประเทศ ปัจจุบันมีธุรกิจหลากหลายประเภทมากกว่า 300 บริษัท เป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่ที่สุดในจีน โดยธุรกิจในจีนของซี.พี. ประกอบด้วย ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ไปจนถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีกิจการครอบคลุมไปถึง 29 มณฑลจากจำนวนทั้งหมด 31 มณฑล และมีพนักงาน มากกว่า 80,000 คน
นักวิเคราะห์เผยอิโตชูเสี่ยง
การทำข้อตกลงครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ซิติกพยายามขยายฐานนักลงทุน อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยซิติกเพิ่งเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างเมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว และอัดฉีดสินทรัพย์มูลค่า 36,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่หน่วยงานที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง
ขณะเดียวกัน การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทญี่ปุ่นในจีน และแซงหน้าการลงทุนของบริษัทนิสสันมอเตอร์ในตงฟงมอเตอร์เมื่อปี 2545 ที่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของอิโตชู และมีขึ้นขณะบริษัทพยายามขยายผลประโยชน์ทางธุรกิจให้หลากหลาย
นักวิเคราะห์บางคน มองว่า การลงทุนนี้ มีแนวโน้มจะต้องกู้ยืมจากธนาคารหลายแห่ง ดูเหมือนมีความเสี่ยงสำหรับอิโตชู พิจารณาจากราคาตามมูลค่าตลาดของบริษัทที่สูงกว่า 2 ล้านล้านเยน
นายยาสุฮิโร นาริตะ นักวิเคราะห์แห่งโนมูระซีเคียวริตีส์ ระบุด้วยว่า แม้ซิติกเป็นบริษัทเครือ แต่ทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงการพัฒนาวัตถุดิบซึ่งกำลังมีเงื่อนไขที่ไม่ดีนัก
ปัจจุบันซี.พี. ดำเนินธุรกิจใน 17 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน อินเดีย รัสเซีย ตุรกี และอาเซียน และมีสาขาธุรกิจในอีกกว่า 14 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี มีพนักงานกว่า 300,000 คน โดยประกอบธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจ โทรคมนาคม
ขณะที่อิโตชู เป็นหนึ่งในบริษัทการค้าชั้นนำระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2401 บริษัทกว่า 130 แห่งใน 65 ประเทศทั่วโลก ดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ สิ่งทอ เครื่องจักร โลหะเกลือแร่ พลังงาน เคมีภัณฑ์ อาหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย บริการโลจิสติกส์ การก่อสร้างและการเงิน ตลอดจนการลงทุน ในธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก
โดยเมื่อปี 2554 อิโตชู ได้ลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาทในธุรกิจการจัดการทรัพย์สินในฮ่องกงของ ซิติก กรุ๊ป และยังได้ลงนามในข้อตกลงร่วมมือเชิงธุรกิจ และเมื่อปี 2557 ซี.พี.และอิโตชูได้ลงนาม ความร่วมมือกันเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจการค้าและการลงทุนไปทั่วโลก
ส่วนซิติก ลิมิเต็ด เป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ประกอบธุรกิจหลากหลาย อาทิ การให้บริการทางการเงิน ทรัพยากร และพลังงาน การผลิต อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และอื่นๆ ทั้งในจีน และต่างประเทศ มีพนักงานกว่า 120,000 คนในจีน ฮ่องกง และประเทศต่างๆ ทั่วโลก









