วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บาทแข็งเทียบยูโร...อาจกระทบส่งออกไทย

ธนาคารกลางสวิสยกเลิกผูกติดค่าเงินฟรังก์กับยูโรและลดอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ -0.75%

จากเดิม -0.25% ทั้งนี้เดิมธนาคารกลางสวิส (SNB) ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำไว้ที่ 1.20 สวิสฟรังก์ต่อยูโรโดยใช้มาตั้งแต่ปี 2554 ผลก็คือ ค่าเงินฟรังก์ต่อยูโรแข็งค่าราว 30% สู่ระดับ 0.8052 เพียงไม่กี่นาทีหลัง SNB ประกาศยกเลิกเพดานการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบกับยูโรมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปร่วงลง โดยของเยอรมนีดิ่งสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และดัชนี FTSEurofirst 300 ร่วงลงกว่า 2% แต่ราคาทองดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนที่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

สถาบันจัดอันดับเครดิต S&P ยังไม่ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของสวิส แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายระบุว่าค่าเงินฟรังก์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปรับนโยบายของธนาคารกลางเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิสำหรับอุตสาหกรรมส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วประเทศ และทำให้การจ้างงานจะหายไปอีกหลายหมื่นตำแหน่งก็ตาม

ค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าเทียบกับเงินบาทอาจกระทบส่งออก การอ่อนค่าของเงินยูโรหมายถึงกำลังซื้อที่แท้จริงของสหภาพยุโรปลดลง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง หรือขอต่อรองราคามากขึ้น ทั้งนี้ไทยส่งออกไปสหภาพยุโรปคิดเป็นประมาณ 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด

สำหรับบจ.ที่ส่งออกไปตลาดยุโรป เช่น KCE (ส่งออกไปยุโรป 50% ของรายได้รวม), TUF (มีรายได้จากฐานธุรกิจที่ยุโรป 30% ของรายได้รวม), GFPT (ส่งออกโดยตรงไปยุโรปราว 10% ของรายได้รวม) และ CPF (ส่งออกไปยุโรปประมาณ 2-3%)

ส่วนบริษัทที่จะได้รับผลดี คือ บริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศสกุลยูโรจำนวนมาก ขณะที่มีรายได้จากสกุลยูโรในมูลค่าที่น้อยกว่า อัตราแลกเปลี่ยน ณ เย็นวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.2558 เป็น 37.7715 บาท/ยูโร จากระดับปิดสิ้นปี 2557 ที่ 39.7706 บาท/ยูโร (แข็งค่าขึ้น 5.0%YTD)