วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News

TISCOถือราคาพื้นฐาน 48 บาท

ในการตั้งสำรองฯในระดับสูงขึ้น จากคุณภาพสินทรัพย์ที่เสื่อมลง ทั้งนี้ผลประกอบการในปี 2558 จะเป็นปีที่น่าท้าทายอีกปีสำหรับ TISCO ทั้งด้านแนวโน้มธุรกิจและการเติบโตของผลประกอบการ ซึ่งจะสนับสนุนจากการตั้งสำรองฯที่น้อยลง ขณะที่การเติบโตของรายได้น่าจะยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 48 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 43.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

KSLซื้อราคาพื้นฐาน 13.90 บาท
KSL : KSL รายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4/57 ที่ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140%yoy แต่ลดลง 41%qoq โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาดไว้จาก รายได้ที่อ่อนแอกว่าคาด และmargin ที่น้อยลง สำหรับผลประกอบการในปี 2557 นั้นลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และกำไรจากส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี เราคิดว่าผลประกอบการในปี 2558 จะปรับตัวขึ้นจากปีก่อน โดยหลักมาจากการขยายกำลังการผลิตซึ่งทำให้ปริมาณการขายน้ำตาลมากขึ้น ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นปรับลดลง 10.4% นับจากเราออกบทวิเคราะห์ครั้งก่อน ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 13.90 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

LHซื้อราคาพื้นฐาน 12.10 บาท

LH : นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2558 เติบโตประมาณ 10-12% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประมาณ 28,000 ล้านบาท หรือประมาณ 94% และจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือ 6% ของรายได้รวม ขณะเดียวกันบริษัทยังคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ จะอยู่ในระดับกว่า 20% ใกล้เคียงกับปี 2556 ที่ผ่านมา และยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น จะอยู่ที่ระดับกว่า 36% ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่กว่า 35% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นมากกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ อยู่กว่า 20,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2558 ราว 5,000 ล้านบาท และจะรับรู้ในปี 2559 กว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2560 (ข่าวหุ้น)

TPCH : นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/58 น่าจะเป็นไปตามแผน ซึ่งปีนี้ บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่ม 3 โรง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าแม่วงศ์ เอ็นเนอร์ยี่ ที่ จ.นครสวรรค์, โครงการโรงไฟฟ้ามหาชัย กรีน เพาเวอร์ ที่ จ.สมุทรสาครและโครงการโรงไฟฟ้าทุ่งสัง กรีน ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยจะเริ่ม COD ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2/58 เป็นต้นไป หรือ เฉลี่ยไตรมาสละ 10 เมกะวัตต์ จะส่งผลให้สิ้นปีนี้มีกำลังการผลิตรวม 40 เมกะวัตต์ จากปีก่อนที่มีกำลังการผลิตประมาณ 10 เมกะวัตต์ จากโครงการโรงไฟฟ้า ช้างแรกไบโอเพาเวอร์ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 150 เมกะวัตต์ ในช่วง 3 ปี (ข่าวหุ้น)