TISCOถือราคาพื้นฐาน 48 บาท
ในการตั้งสำรองฯในระดับสูงขึ้น จากคุณภาพสินทรัพย์ที่เสื่อมลง ทั้งนี้ผลประกอบการในปี 2558 จะเป็นปีที่น่าท้าทายอีกปีสำหรับ TISCO ทั้งด้านแนวโน้มธุรกิจและการเติบโตของผลประกอบการ ซึ่งจะสนับสนุนจากการตั้งสำรองฯที่น้อยลง ขณะที่การเติบโตของรายได้น่าจะยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 48 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 43.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
KSLซื้อราคาพื้นฐาน 13.90 บาท
KSL : KSL รายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4/57 ที่ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140%yoy แต่ลดลง 41%qoq โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาดไว้จาก รายได้ที่อ่อนแอกว่าคาด และmargin ที่น้อยลง สำหรับผลประกอบการในปี 2557 นั้นลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และกำไรจากส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี เราคิดว่าผลประกอบการในปี 2558 จะปรับตัวขึ้นจากปีก่อน โดยหลักมาจากการขยายกำลังการผลิตซึ่งทำให้ปริมาณการขายน้ำตาลมากขึ้น ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นปรับลดลง 10.4% นับจากเราออกบทวิเคราะห์ครั้งก่อน ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 13.90 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
LHซื้อราคาพื้นฐาน 12.10 บาท
LH : นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2558 เติบโตประมาณ 10-12% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประมาณ 28,000 ล้านบาท หรือประมาณ 94% และจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือ 6% ของรายได้รวม ขณะเดียวกันบริษัทยังคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ จะอยู่ในระดับกว่า 20% ใกล้เคียงกับปี 2556 ที่ผ่านมา และยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น จะอยู่ที่ระดับกว่า 36% ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่กว่า 35% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นมากกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ อยู่กว่า 20,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2558 ราว 5,000 ล้านบาท และจะรับรู้ในปี 2559 กว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2560 (ข่าวหุ้น)
TPCH : นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/58 น่าจะเป็นไปตามแผน ซึ่งปีนี้ บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่ม 3 โรง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าแม่วงศ์ เอ็นเนอร์ยี่ ที่ จ.นครสวรรค์, โครงการโรงไฟฟ้ามหาชัย กรีน เพาเวอร์ ที่ จ.สมุทรสาครและโครงการโรงไฟฟ้าทุ่งสัง กรีน ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยจะเริ่ม COD ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2/58 เป็นต้นไป หรือ เฉลี่ยไตรมาสละ 10 เมกะวัตต์ จะส่งผลให้สิ้นปีนี้มีกำลังการผลิตรวม 40 เมกะวัตต์ จากปีก่อนที่มีกำลังการผลิตประมาณ 10 เมกะวัตต์ จากโครงการโรงไฟฟ้า ช้างแรกไบโอเพาเวอร์ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 150 เมกะวัตต์ ในช่วง 3 ปี (ข่าวหุ้น)









