ยอดขายปี 2557 ทำได้ต่ำกว่าเป้า
ปี 2557 ยอดขายของกลุ่มต่ำกว่าเป้าหมายบริษัทเฉลี่ย 18%
เราได้รวบรวมยอดขายสุทธิปี 2557 ของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เราดูแลมียอดขายโดยรวม 1.58 แสนล้านบาท ลดลง 18% YoY โดยบริษัทที่มีการลดลงของยอดขายมากกว่ากลุ่มคือ SIRI และ LPN เป็นผลของการเปิดตัวโครงการใหม่โดยเฉพาะโครงการคอนโดมีเนียมที่ลดลง ประกอบกับแรงซื้อที่หดตัวจากประเด็นการเมืองและการอ่อนตัวลงของภาวะเศรษฐกิจ สำหรับบริษัทที่มีการเติบโตมากกว่าปีก่อนคือ SPALI และ AP ที่สินค้าคอนโดมีเนียมได้รับการตอบรับดีในช่วงกลางปี ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายโดยรวมที่บริษัทคาดหมาย มีค่าเฉลี่ยรวมทำได้ต่ำกว่าที่คาด 9% โดยมีบริษัทเดียวที่ทำได้ตามเป้าคือ AP สำหรับแนวโน้มปี 2558 เราคาดว่าบริษัทจะตั้งเป้ายอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 10-15% ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 20% โดยยังคงมีสินค้าแนวราบเป็นหลัก
ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนงวด 11M57 อ่อนตัว 5%
จากข้อมูล REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) รายงานยอดตัวเลขที่อยู่อาศัยจดทะเบียนโดยมียอดในเดือน พ.ย. 57 ที่ 1 หมื่นหน่วยลดลง 16%MoM และ 29%YoY โดยมียอดสะสมในงวด 11M57 อยู่ที่ 1.16 แสนหน่วย ลดลง 4.8% YoY ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีอัตราการปรับลดมากสุดคือทาวน์เฮาส์ที่ลดลง 21% YoY รองลงมาคือ คอนโดมีเนียมอ่อนตัวลง 3% ขณะที่ประเภทที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดเติบโต7% โดยสัดส่วนประเภทที่อยู่อาศัย อาคารชุดยังคงมีสัดส่วนมากสุด 55% บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดยังคงมีสัดส่วนรองลงมาที่ระดับ 29% เราคาดว่ายอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนปี 2557 จะมีตัวเลขที่อ่อนตัวลงราว 5-7% เราคาดว่าผลกระทบส่วนหนึ่งเกิดจากยอดขายในเดือน ธ.ค.57 ของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อ่อนตัวลง
ปัจจัยกดดันจากโครงการต่างจังหวัด
ผลกระทบแรงซื้อและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเริ่มมีผลต่อโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ด้วยประเด็นการยกเลิกการโอนกรรมสิทธิ์ลูกค้าของ LPN ที่จังหวัดอุดรธานีที่มียอดยกเลิกราว 200 ล้านบาท ตามมาด้วยการยกเลิกการพัฒนาโครงการของ SIRI 2 แห่งในต่างจังหวัดที่มียอดขายน้อยกว่า 20% คือโครงการ The Base –ขอนแก่น และ The Base-เซ็นทรัลอุดร มียอดยกเลิกราว 400 ล้านบาท ซึ่งสัญญาณดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มที่พัฒนาโครางการโดยเฉพาะในต่างจังหวัดโดยเฉพาะสินค้าระดับล่างที่มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท อาจมีผลต่อยอดขายและงานในมือที่ลดลงจากยอดยกเลิกในอนาคต โดยปัจจุบันบริษัทที่เราดูแลจะมีการขยายโครงการไปยังต่างจังหวัดและมีสินค้าในมือราว 15-20% ของมูลค่าโครงการรวมซึ่งเราจะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
LH เด่นสุดจากผลประกอบการ 4Q57
เราคาดว่าประเด็นบวกในระยะกลางของกลุ่มจากผลประกอบการใน 4Q57 ที่เติบโตที่ต่อเนื่องเช่น SPALI LPN PS SIRI และ โดยเฉพาะ LH นอกเหนือจากผลประกอบการที่เติบโตจากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมเพิ่ม 2 แห่ง ซึ่งมีผลต่อกำไรดำเนินงานปกติที่ทำได้ดีกว่า 3Q57 แล้วยังมีปัจจัยบวกทีสนับสนุนคือการบันทึกกำไรจากการขายกองทุน REIT (โครงการ Terminal 21) ราว 1.5พันล้านบาท ซึ่งทำให้ผลประกอบการของ LH โดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงจากยอดขายที่อาจชะลอตัวลง จากการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ และหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงจะส่งผลต่อยอดยกเลิกที่เพิ่มขึ้น เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”









