วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus

SET ปรับฐาน

SET View

แนวโน้มวันนี้เป็นลบ มองกรอบเคลื่อนไหว 1,515 – 1,530 จุด

SET จะเข้าสู่ช่วงของการปรับฐาน โดยมีโอกาสปรับลงปิด Gap บริเวณ 1500 จุด ใน 1-2 วันนี้ กลุ่มพลังงานอาจช่วย SET เปิดกระโดดในช่วงเช้า หลังราคาน้ำมันดิบ Brent รีบาวน์กลับขึ้นมาแถว US$48 ต่อบาร์เรล (+6% จากวันก่อนเป็นการรีบาวน์ในวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปี 55) แต่การเคลื่อนไหวหุ้นกลุ่มพลังงานที่สวนทางราคาน้ำมันดิบช่วงที่ผ่านมาบ่งบอกว่ายังต้องระวังการขายทำกำไร

นอกจากนี้ จิตวิทยาการลงทุนภาพรวมเริ่มเสีย หลังจากนักลงทุนสถาบันกลับมาขายสุทธิเป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ แม้เพียงเล็กน้อยแค่ 288 ล้านบาท แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงผลักดัน SET จากนักลงทุนสถาบันเริ่มลดลง ขณะที่เริ่มมีสัญญาณลบจากฝั่งยุโรป เมื่อศาลยุติธรรมยุโรป (ECJ) ได้ตัดสินให้โครงการซื้อพันธบัตรของธนาคารกลาง (ECB) สามารถทำได้แบบมีเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่า ECB สามารถทำ QE ได้แต่อาจต้องกำหนดวงเงินให้ชัดเจน ซึ่งจะสร้างความวิตกต่อตลาดว่าวงเงินทำ QE อาจถูกจำกัดและอาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนกรณีการทำ QE อาจต้องรอไปจนถึงผลการประชุม ECB ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 22 ม.ค.นี้ หมายความว่าก่อนผลการประชุมได้ข้อสรุปจะไม่มีแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้ามาจากประเด็นดังกล่าว ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารยังเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรช่วงของการประกาศงบ 4Q57 ที่จะมีไปจนถึงสัปดาห์หน้า ทางเทคนิค SET อยู่ระหว่างการแกว่งตัวเพื่อสร้างฐานมีกรอบด้านบนแถว 1530-1540 และกรอบด้านล่างแถว 1500-1515 หลุดจากกรอบดังกล่าวจะเกิดการ Break out (ขึ้น/ลง)

กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนรอการปรับฐานเสร็จ หากรับความเสี่ยงได้มากเน้นขึ้นขาย-ลงซื้อ แต่ถ้า SET ปิดต่ำกว่า 1515 จุดกลับมาถือเงินสด

Top Daily Pick : LH (ราคาหุ้นยัง laggard กลุ่ม ผลประกอบการ 4Q57 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากรับรู้รายได้ปกติและกำไรพิเศษจากกองทุน REIT รวมถึงมีสินทรัพย์แฝงเพิ่มมูลค่าในบริษัทย่อยทั้ง HMPRO, LHBANK และ QH) /ROBINS (คาดยอดขายสาขาเดิมฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q57 กอปรกับแผนขยายสาขาต่อเนื่องจะสนับสนุนให้กำไรปี 58 กลับมาโตกว่า 22%)

Technical Pick: CGD CYBER CSS VPO BRR

Theme Play : กลุ่มโรงแรม-ค้าปลีก-ร้านอาหาร (HOTPOT ROBINS M MINT) กำลังฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลและเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวจากราคาน้ำมันดิบลดลง /หุ้นกลุ่มที่มีโมเมนตัมดี (FVC ROJNA BECL IFEC SAMTEL HOTPOT CFRESH) ที่ outperform ตลาดได้สองสัปดาห์ต่อเนื่อง

พอร์ตลงทุน

TradingAMATA BEAUTY M NOK SST SIM WORK

GrowthAMATA HOTPOT TOP TUF WORK

DividendADVANC BBL EGCO MODERN PTTGC RML RICHA

QuantBECL BIGC EGCO MODERN HANA HOTPOT NBC

รายงานวันนี้

Update : กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (น้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด”) ยอดขายปี 2557 ทำได้ต่ำกว่าเป้า

Strategy Talk

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลงสะท้อนเศรษฐกิจอาจเริ่มชะลอตัว

•แนวโน้มการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐกำลังบ่งบอกถึงนักลงทุนกำลังหาที่หลบภัย (Safe Haven) จากความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง โดยล่าสุดอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 20 เดือนที่ 1.82% ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 3% ในเดือนธ.ค. 56 ส่งผลให้ความคาดหวังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าความวิตกต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจกลับเป็นประเด็นกดดันภาวะการลงทุนตลาดปีนี้ และอาจมีนัยไม่น้อยกว่าความวิตกต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว

•อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเจาะลึกไปที่ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีและ 2 ปี (Treasury Yield Gap) หดแคบลงเหลือเพียง 140 bps แคบสุดนับตั้งแต่ปลายปี 56 บ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ฟื้นตัวจริงอย่างที่นักลงทุนบางส่วนคาดหมายกัน (แม้ยังห่างไกลจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือ Recession เนื่องจากส่วนต่างยังคงเป็นบวก) ล่าสุดทาง BoAML คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี จะปรับลงต่ออีก 20-35 bps มาอยู่ที่ 1.6-1.75% หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นสัญญาณเชิงลบ

•นอกจากประเด็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าของฝั่งยุโรป ญี่ปุ่น และจีนแล้ว เราเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตาม และอาจสร้างความวิตกต่อนักลงทุนในปีนี้ ประเทศไทยที่การเติบโตของเศรษฐกิจต้องพึ่งพาภาคส่งออกและการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งออกน้อยกว่าไทย ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่เป็นที่น่าสนใจต่อนักลงทุนต่างชาติเมื่อเทียบกับประเทศอื่น รวมถึงอาจไม่ได้ประโยชน์มากนักจากเม็ดเงินไหลเข้าในภูมิภาค (ถ้ามี) จากการทำ QE ของยุโรป หรือแม้แต่ QQE ของญี่ปุ่น ในแง่กลยุทธ์การลงทุนการเข้าลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออก อาทิกลุ่มส่งออกอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิกลุ่มพลังงานและเกษตร จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก คำนึงถึงปัจจัยเด่นเฉพาะตัวของหุ้นแต่ละตัว มากกว่าคำนึงปัจจัยด้านมหภาค