วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แคท'ดึงพันธมิตรไทย-เทศร่วมประมูลใบอนุญาต'4จี'

"แคท"ไม่ขวางประมูล"4จี"เดินหน้าหาพาร์ทเนอร์ไทย-เทศ ร่วมชิงใบอนุญาต หวังนำคลื่นที่ได้รองรับลูกค้าค้างในระบบ

แจงเอ็มโอยู "ดีแทค" หลังหมดสัมปทานอยู่ระหว่างประเมินมูลค่าทรัพย์สินทำดิวดิลิเจ้นท์ คาดรู้ผลต้นมี.ค.นี้ ผุดธุรกิจใหม่ "เพย์เม้นท์" ตั้งเป้าโกยรายได้พันล้านใน 5 ปี

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท เทเลคอม) เปิดเผยว่าบริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูล 4จี ในย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 2 ใบอนุญาต ที่จะมีขึ้นในปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าหาพันมิตรทางการค้า ทั้งผู้ประกอบการต่างชาติและไทยเพื่อร่วมประมูลใบอนุญาต ทั้งนี้ หากไม่สามารถหาพันธมิตรได้จริง ยังคงยืนยันที่จะเข้าร่วมประมูล 4จี และจะไม่คัดค้านการจัดสรรคลื่นความถี่ย่านดังกล่าว ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

"หากบริษัทโชคดีได้คลื่นฯจากการประมูล ส่วนหนึ่งจะนำมารองรับลูกค้าเดิมที่ยังค้างอยู่ในระบบ 2จี"

ส่วนกรณีคลื่นฯไม่ใช้งานของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ที่อาจนำมาเข้าร่วมประมูลนั้น ต้องรอการตัดสินใจของคณะกรรมการ (บอร์ด) เนื่องจากหากมีการยินยอมให้นำคลื่นส่วนนั้นไปร่วมประมูลได้ อาจต้องมีเงื่อนไขในการคืนคลื่นฯบางส่วนมาให้แคทสามารถใช้งานได้ด้วย

ร่วมทุน"ดีแทค"สรุปมี.ค.นี้

สำหรับความคืบหน้าหลังจากได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอยูกับดีแทคเพื่อเป็นพันธมิตรระยะยาว ตามสัญญาสัมปทานที่ดีแทคมีกับบริษัทจะสิ้นสุดลงในปี 2561 และดีแทคจะต้องส่งมอบเสาโทรคมนาคมให้ตามสัญญาสัมปทานจำนวน 13,500 สถานีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งต่างฝ่ายต่างจ้างที่ปรึกษาของตัวเองมาประเมินมูลค่า เพื่อเตรียมดำเนินธุรกิจร่วมทุนต่อไป

ทั้งนี้ คาดว่าการประเมินมูลค่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หรือประมาณต้นเดือน มี.ค.2558 สำหรับกลุ่มทรู ส่วนที่เป็นทรัพย์สินตามสัมปทานของแคทนั้น เบื้องต้นได้มีการเจรจาร่วมกันแล้ว ซึ่งบริษัทต้องการให้มีการประนีประนอมเช่นเดียวกับดีแทค โดยกลุ่มทรูมีสถานีฐานอยู่ในสัมปทานประมาณ 8,000 สถานี

"ประเมินทรัพย์สินชนิดเดียวกัน แต่เรากับดีแทคอาจตีค่าออกมาต่างกัน แคทตีความว่าเสาทุกต้นเป็นกรรมสิทธิ์ของเราทันที ภายหลังจากจบสัมปทาน แต่ดีแทคอาจเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งก็ไม่เป็นอะไร เพราะท้ายที่สุดจะมาดูเรื่องดิวดิลิเจ้นท์ว่าจะร่วมธุรกิจกันในระยะยาวภายใต้โมเดลใด" พ.อ.สรรพชัย กล่าว

อย่างไรก็ตามมีรูปแบบธุรกิจ 3 แนวทางที่จะต้องเจรจาหาความชัดเจนให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้คือ 1.การร่วมทุน 2.การแปลงสินทรัพย์ที่ดีแทคส่งมอบให้เป็นทุนหรือเป็นหุ้นให้แคทเข้าไปถือในดีแทค และ 3.นำเอาเสาโทรคมนาคม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังจากหมดสัมปทานแล้วเข้ากองทุนเพื่อระดมเงิน คล้ายกับกองทุนทรูจีไอเอฟของกลุ่มทรู

ลุยธุรกิจ"เพย์เม้นท์"

พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่าแนวทางการมองหาพันธมิตรเพื่อร่วมดำเนินธุรกิจ เพราะแคทต้องการปรับองค์กรไปสู่การมีธุรกิจใหม่เมื่อสิ้นสัมปทานกับดีแทค และเป็นไปตามแผนของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) ที่สั่งให้ลดรายจ่ายอย่างต่ำ 10%

ในปี2558 แคทก็จะโฟกัส 3 ธุรกิจหลักดังนี้ 1.เน้นทำตลาดโทรศัพท์มือถือมายตั้งเป้าลูกค้า 1 ล้านรายจากปัจจุบัน 6 แสนรายและจะสรุปเรื่องการมีเอ็มวีเอ็นโอเพิ่มขึ้นอีก 3-4 ราย จากปัจจุบันที่ขายส่งคาปาซิตี้ให้กับเรียลมูฟ ของกลุ่มทรู และ 365 คอมมูนิเคชั่น แต่ยืนยันว่าพันธมิตรใหม่ไม่มีกลุ่มสามารถ คอร์ปอเรชั่น เพราะเป็นเอ็มวีเอ็นโอให้กับบมจ.ทีโอที

นอกจากนี้มติผลการประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2558 มีมติให้จัดตั้งธุรกิจร่วมค้าและการทำระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมทางออนไลน์อย่างครบวงจร หรือ เพย์เม้นท์ เกตเวย์โดยจะดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยจะทำธุรกิจร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความปลอดภัยและน่าเชื่อถือเป็นหลัก ขณะนี้ได้มองหาพันธมิตรไว้แล้ว 3-4 ราย ด้วยมองว่าธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซมีอัตราเติบโตสูง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนตามนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาลอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแคทยังตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้จากธุรกิจเพย์เม้นท์ประมาณ 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ซึ่งตลาดออนไลน์เพย์เม้นท์ปัจจุบันมีมูลค่าราวหมื่นล้านบาทต่อปี