ปรับประมาณการลงจากอัตรากำไรขยายตัวช้ากว่าคาด
อัตรากำไรขยายตัวได้ช้ากว่าคาด
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 58 – 59 ลง 35% และ 40% ตามลำดับ สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังทำได้จำกัด โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบภายในของ Dunkin Donuts จะเริ่มดำเนินการได้ 3Q58 ช้ากว่าสมมติฐานเดิมของเรา จึงปรับสมมติฐานค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายเป็น 56% จากเดิมราว 52% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเราคงสมมติฐานเดิมที่ราว 62% แม้ปี 58 จะบันทึกรายได้จากแบรนด์ Greyhound และ COVA ซึ่งอัตรากำไรสูง แต่จากภาคการบริโภคปี 58 ยังมีแนวโน้มยังคงเติบโตได้ไม่มาก การนำกลยุทธ์ทางราคามาใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะยังคงมีอยู่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 58 คาดไม่แตกต่างจากเดิมนัก
คาด 4Q57 มีกำไร 14 ล้านบาท
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q57 ที่ 14 ล้านบาท จากรายได้เติบโตเด่น 40% YoY เป็น 745 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะในเดือนธ.ค. ที่รายได้ Dunkin Donuts, Grayhound café และ Baskin Robbins เติบโตโดดเด่นและเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.57 ที่ปรับตัวดีขึ้นสูงสุดในรอบ 18 เดือน นอกจากนี้มีการขยายสาขาใหม่ทั้งปี 57 ทั้งสิ้น 30 สาขา สูงกว่าเป้าหมายของเราที่ 25 สาขา ทำให้ล่าสุดสิ้นปี 57 มีสาขารวม 369 สาขา
แบรนด์ในมือหลากหลายกระจายความเสี่ยง
เรามอง SST มีกลยุทธ์การเติบโตหลากหลายกระจายความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตจากการซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์อาหารใหม่ๆ ที่ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโต ซึ่งนอกจากแบรนด์เบเกอรี่และเครื่องดื่ม COVA ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์เพียงรายเดียวในไทย เราได้สอบถามผู้บริหารถึงความคืบหน้าในแบรนด์ใหม่ๆ ได้ข้อมูลความคืบหน้ามากและมีโอกาสเปิดสาขาแรกได้ทันภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามเรายังไม่รวมเข้าในประมาณการ และเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจอาหารที่มีอยู่ในมือขณะนี้เพียงพอที่จะเป็นแหล่งการเติบโตของรายได้ใน 3 ปีข้างหน้า จากการสร้างตลาดต่างประเทศ และแผนขยายสาขาในประเทศ 34 สาขาในปีนี้ และเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปีละราว 9% โดยในปีนี้เราคาดหวังยอดขายสาขาเดิมโตเฉลี่ย 5% จากปีที่ 57 ที่ได้รับผลกระทบตามเศรษฐกิจค่อนข้างมาก
ปรับลดประมาณการ แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ”
แม้เราจะปรับลดประมาณการกำไรของ SST ลง แต่เรามีมุมมองผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว รายได้ยังอยู่ในช่วงการเติบโตจากหลายช่องทางทั้งการขยายสาขาในและต่างประเทศ การทำรายการส่งเสริมการขาย และการบันทึกรายได้จากแบรนด์ใหม่ (กลุ่ม Grayhound และ Cova) ทำให้เราเชื่อว่าผลประกอบการจะ turnaround ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นไป สนับสนุนด้วยการภาคบริโภคเอกชนที่ศูนย์วิจัย KKI คาดว่ามีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นในระดับ 3% จาก 0.6% ในปี 57 เราจึงประเมินมูลค่าเหมาะสม 30.75 บาท (จากเดิม 41 บาท) ด้วยวิธี DCF (WACC 9% , Terminal growth 2%) และคงคำแนะนำ “ซื้อ”









