"สคร."คาดรัฐวิสาหกิจกลุ่ม "พลังงาน-คมนาคมขนส่ง" อุตสาหกรรมดาวรุ่งปีนี้ เกาะติดน้ำมันห่วงฉุดเงินส่งรัฐ
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ปีนี้แนวโน้มรัฐวิสาหกิจที่จะเป็นดาวรุ่ง ยังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานอยู่ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ปรับลดลงมากอย่างว่า จะสร้างกระทบต่อผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในกลุ่มพลังงานหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เพราะเป็นห่วงว่าอาจส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เนื่องจากในแต่ละปีที่ผ่านมา ปตท. สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐบาลสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้ให้รัฐบาลสูงสุด
นอกจากกลุ่มพลังงานแล้ว ยังมองว่ายังมีรัฐวิสาหกิจอีกหลายกลุ่ม ซึ่งน่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคมนาคมขนส่ง ซึ่งปีนี้มีแผนจะเดินหน้าปรับปรุงกิจการ และลงทุนในหลายเรื่อง ทำให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนดีขึ้น โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่พบว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ มีการเบิกจ่ายงบลงทุนดีขึ้น โดยมีการเบิกจ่ายเกินเป้าถึง 108% จากเดิมที่จะมีการเบิกจ่ายจริงเพียงแค่ 22% ของเป้าหมายการเบิกจ่ายเท่านั้น
รายงานข่าวจาก สคร. แจ้งว่า การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ และกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของ 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-พ.ย. 2557) พบว่า รัฐวิสาหกิจได้นำส่งรายได้ให้รัฐบาลแล้ว 4.21 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.3 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการนำส่งรายได้ในเดือนต.ค. 3.69 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.16 หมื่นล้านบาท และเป็นการนำส่งรายได้ของเดือนพ.ย.อีก 5.2 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการไว้ 2 พันล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมามีรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้ ดังนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 1.05 หมื่นล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 4.9 พันล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 2.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินนำส่งจากกำไรสุทธิในงวดครึ่งปีแรกของปี 2557
บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) 8.7 พันล้านบาท จากเงินปันผลระหว่างกาลปี 2557 การท่าเรือแห่งประเทศไทย 1 พันล้านบาท บริษัท ทีโอที 1.9 พันล้านบาท บริษัท ไปรษณีย์ไทย 497 ล้านบาท บริษัท อสมท 140 ล้านบาท การประปานครหลวง (กปน.) 500 ล้านบาท
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1.1 พันล้าน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมประเทศไทย 30 ล้านบาท องค์การสวนยาง 5 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 3 พันล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)1.8 พันล้าน บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย 7.9 ล้านบาท
สำหรับเดือนพ.ย. ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม 2 พันล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค 1 พันล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1.1 พันล้านบาท องค์กรส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 35 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 268 ล้านบาท กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง 731 ล้านบาท
อนึ่งสคร. อยู่ในฐานะหน่วยงานเลขานุการของ "ซูเปอร์บอร์ด" หรือคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่แต่งตั้งขึ้นด้วยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและทำให้การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ








