"บุณยฤทธิ์" เร่งสรุปต้นทุนราคาสินค้าใหม่ หลังราคาน้ำมันลดลง เตือนผู้ประกอบการอย่าเอาเปรียบผู้บริโภค
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมนักวิเคราะห์ต้นทุนทางบัญชีของกรมการค้าภายในอยู่ระหว่างวิเคราะห์ต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม 43 รายการ หลังจาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในไปพิจารณาต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันตลาดโลกและลดลงมาแล้วประมาณ 3 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งโดยรวมมีโอกาสปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการพิจารณาต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคไม่ใช่เฉพาะต้นทุนทางด้านราคาน้ำมัน หรือพลังงานทดแทนเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนด้านอื่น ๆ ทั้งวัตถุดิบนำเข้าและแรงงาน ดังนั้น จะต้องมีการพิจารณาต้นทุนต่าง ๆ ให้รอบคอบ ซึ่งกรมการค้าภายในจะเร่งสรุปต้นทุนของสินค้าต่าง ๆ ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ในช่วง 1-2 เดือนนี้ กรมการค้าภายในจะติดตามต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะหากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีการพิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ลงอีก มีโอกาสที่ราคาสินค้าจะปรับลดลงได้ เนื่องจากต้นทุนทางด้านไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมากรมการค้าภายในมีการหารือผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ ไปบ้างแล้ว เพื่อให้ผู้ผลิตและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ กลับไปทบทวนแนวทางที่จะช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพให้กับประชาชน แต่จะต้องให้ความเป็นธรรม เพราะแต่ละสินค้ามีต้นทุนต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะด้านการขนส่งเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการปรับลดราคาสินค้าลง แต่จะปรับลดลงมากน้อยเพียงใดนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางกรมฯ ได้ใช้มาตรการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ แต่หากไม่ปฎิบัติตามจะนำมาตรการทางกฎหมายมากำกับดูแล ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม หากได้ตัวเลขต้นทุนด้านขนส่งที่ชัดเจนและผู้ประกอบธุรกิจด้านขนส่งยังไม่ยอมปรับลดค่าขนส่งลง ทางกรมฯ จะหารือกับทางกระทรวงคมนาคมในฐานะกำกับดูแลด้านการขนส่งเพื่อร่วมกันพิจารณาต่อไป พร้อมยืนยันทางกรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและจะพิจารณาต้นทุนราคาสินค้าต่าง ๆ เพื่อรักษาระดับปริมาณและราคาสินค้าไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ









