วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯชง4มาตรการรับมือ'ไอยูยู'

เกษตรฯ ชง 4 มาตรการรับมือ "ไอยูยู" เร่งจดทะเบียนเรือประมงพร้อมติดตั้งเครื่องติดตามเรือ

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านการค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดกฎหมาย(IUU) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอ 4 มาตรการหลัก ที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย

ประกอบด้วย 1.การจดทะเบียนเรือประมงและการออกอาชญาบัตร หรือ ใบอนุญาตที่ถูกต้อง ซึ่งการจดทะเบียนเรือประมง มีกรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ส่วนการออกอาชญาบัตรเป็นหน้าที่ของกรมประมง โดยการจดทะเบียนเรือนั้นจะจะเริ่ม ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.2558เป็นต้นไป เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลเรือที่มีอยู่ทั้ง ว่าเป็นชนิด และขนาดใดบ้าง หลังจากนั้นจะสามารถนำมาขออาชญาบัตรกับกรมประมงได้

“เรือประมงไทยในขณะนี้ที่ไม่มีการจดทะเบียนและอาชญาบัตร ประมาณ 3,000 ลำ ที่เรือเหล่านี้ไม่สามารถขึ้นดำเนินการได้ เป็นเพราะมีเครื่องมือประมงที่ใช้ผิดกฎหมาย เป็นเครื่องมือที่ไม่ตรงกับประเภทของเรือ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรมประมงที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เรือเหล่านี้เป็นเรือขนาดเล็กที่เมื่อถูกจับจะใช้วิธีการมึนๆ แจ้งว่าไม่รู้ ต่อไปวิธีการเหล่านี้จะใช้ไม่ได้แล้ว เรือทุกลำจะต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด เพื่อจะได้รู้ว่ามีเรือประมงที่อยู่น่านน้ำทั้งหมดเท่าไร และเรือใดที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายบ้าง “ นายปีติพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้เรือประมงที่ผิดกฎหมาย ดังกล่าวต้องมาดูอีกครั้งว่า จะหาวิธีการอย่างไร เพราะเรือกว่า 3,000 ลำนี้ มีเรือประเภท ที่ไม่ควรใช้งานเช่น ชำรุด เสียหาย เรือเหล่านี้อาจจะต้องการเยียวยา หรือขายเรือไป โดยในปี 2558 จะของบกลางในการซ่อมเรือไม่มาก แต่ปี 2559 จะของบประมาณ 300 ล้านบาทเพื่อซ่อมเรือประมงไทย และจะต้องปรับปรุงกองเรือประมงของไทย

นอกจากนี้ในส่วนเครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมายนั้นต้องปรับให้ทุกฝ่ายรับการได้ เพราะประชาชนตามชายฝั่งไม่อยากให้เรือประมงที่มีเครื่องมือที่ผิดกฎหมายเข้าใกล้ชายฝั่งตนเองเพราะกลัวจะทำลายสิ่งแวดล้อมแนวชายฝั่ง ก็ต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์วิธีการเครื่องมือให้รับได้ทั้งสองฝ่าย

ส่วนมาตรการที่ 2 การติดเครื่องติดตามเรือประมง ซึ่งมีการติดตั้งไปแล้ว 100 ลำ ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเรือที่มีอยู่ จึงต้องเร่งดำเนินการเพราะมีเรือที่ออกทำประมงนอกน่านน้ำไม่สามารถติดต่อไป ส่วนใหญ่เป็นเรือที่ขาดกำลังเงิน ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องหาสินเชื่อเพื่อให้เรือประมงเหล่านี้ติดตั้งเครื่องติดตามได้ซึ่งมีราคาหลักหมื่นบาทขึ้นไป รวมทั้งรัฐบาลจะมีการทำจุดเฝ้าระวัง ทั้งทหารและตำรวจ ประมาณ 26 จุด ทั้งฝั่งทะเลอันดามัน และอ่าวไทย เพื่อป้องกันเรือประมงที่ผิดกฎหมายอีกด้วย

สำหรับมาตรการที่ 3 คือ จุดนำเรือขึ้นฝั่ง จะต้องทำเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับของเรือประมงอย่างเข้มข้น นอกจากมาตรการปกติ โดยการออกกฎหมายต่างๆ เช่น การล็อกเรือ การตรวจสอบใบอนุญาตทำประมงจากต่างประเทศ การตรวจสอบประเภทอาชญาบัตร การตรวจสอบปลาที่จับได้ต้องเป็นประเภทเดียวกับเครื่องมือจับที่แจ้งไว้

ส่วนมาตรการ 4 ด้านกฎหมาย กระทรวงเกษตรฯจะเร่งออกอนุบัญญัติล่วงหน้า ระเบียบการเข้าออกเรือและดูแลเรือประมง และทบทวนบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่เคยทำไว้กับต่างประเทศ เช่น ปาปัวนิวกินี อินโดนีเซีย ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป