"สุจินดา"ยอมลดราคารถทัวร์กม.ละ 2 สตางค์เริ่ม 16 ม.ค. โอดได้รับผลกระทบสายการบินต้นทุนต่ำ-รถตู้
ระบุช่วงเทศกาลปีใหม่คนใช้รถโดยสารลด 50% น้ำมันถูกหันใช้รถส่วนตัวเดินทางมากขึ้น
นางสุจินดา เชิดไชย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร เปิดเผยภายหลังการเข้าพบ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม วานนี้(7ม.ค.2558) ว่า สมาคมฯได้ยืนยันว่า ผู้ประกอบการรถร่วมจะปรับลดอัตราค่าโดยสารลงกม.ละ 2 สตางค์ หลังจากราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับลดลงที่ 26.39 บาทต่อลิตร โดยจะเริ่มปรับลดค่าโดยสารได้ครบทุกเส้นทางทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่ารถร่วม จะต้องมีการปรับลดอัตราค่าโดยสารลงอีก เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องนั้น มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณาปรับลดค่าโดยสารลงอีก ทั้งนี้ปัญหาของรถร่วมที่เสนอภาครัฐยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยต้องยอมรับว่ามีผลกระทบจากยอดผู้ใช้บริการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดเจนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ยอดการใช้บริการรถร่วมลดลงมากถึง 50% เนื่องจากส่วนหนึ่งหันไปใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ รถตู้ รถแท็กซี่ รวมทั้งปีนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หันไปใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับบ้านกันมากเพราะน้ำมันมีราคาถูก ซึ่งก็อยากให้กระทรวงเร่งเข้ามาช่วยเหลือให้เป็นรูปธรรมด้วย
สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่สมาคมเสนอให้กระทรวงให้ความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ เช่น ขอลดจำนวนเที่ยววิ่งขั้นต่ำและสูงตามความต้องการที่แท้จริงของการเดินทางของประชาชน ,ขอให้ยกเลิกประกันประเภท 3 ส่วนค่าประกัน พรบ.ให้คงไว้เช่นเดิม , กรณีค่าปรับต่างๆขอให้พิจารณาก่อนปรับว่าสมควรหรือไม่ เป็นต้น
นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันลดลงแล้วประมาณ 5% ก็ใกล้เคียงกับราคาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ซึ่งก็ได้เตรียมความพร้อมแล้วโดยได้ให้เจ้าหน้าของบริษัทเข้าไปติดต่อกรมการขนส่งทางบกเพื่อไปรับอัตราค่าโดยสารใหม่แล้ว เพื่อนำมาลงในโปรแกรมค่าโดยสารของบริษัท การประกาศปรับลดลงราคาของกระทรวงคมนาคมในวันที่ 16 ม.ค. 58นั้นถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม
ส่วนกรณีของสายการบินต้นทุนต่ำที่แข่งกันทำโปรโมชันเกิดผลกระทบกับนครชัยแอร์เช่นกัน เนื่องจากทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง แต่ในช่วงที่ไม่มีโปรโมชันของสายการบินต้นทุนต่ำ ผู้โดยสารก็หันมาใช้บริการรถยนต์โดยสารเช่นเดิม อย่างไรก็ตามในกรณีดังกล่าวทางรัฐมนตรีคมนาคมได้รับปากไว้ก่อนหน้านั้นว่า จะหามาตรการทางกฎหมายเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว









