ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยปี 2558 คือ เศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวและเติบโตดี
ประเทศชั้นนำอื่นๆ เช่น ยูโรโซน, จีน, ญี่ปุ่น พร้อมที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น
โดยคาดการณ์ว่าอีซีบีจะใช้ QE เต็มรูปแบบด้วยการเข้าซื้อตราสารหนี้ภาครัฐ ตั้งแต่ไตรมาส 1/58 ส่วนในประเทศเป็นการใช้จ่ายและลงทุนของรัฐบาลที่จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น การอ่อนลงของราคาน้ำมันทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจลดลง กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ซึ่งจากการศึกษาพบว่าถ้าผู้ใช้รถนำเงินที่ประหยัดได้จากการเติมน้ำมันเดือนละ 200 บาทต่อคันต่อเดือนไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พบว่าจะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นในระบบ 8.6 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็น 0.7% ของ Nominal GDP และราคาพลังงานที่ลดลงทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำ (ธปท.คาดการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 58 ไว้ต่ำเพียง 1.2%) ซึ่งเปิดทางให้ทางการไทยใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย (การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ได้อีกเมื่อจำเป็น
สำหรับปัจจัยเสี่ยงหลัก เป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช้ากว่าคาดซึ่งจะกระทบกับภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวของไทย, ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital Flow) อันเกิดจากนโยบายการเงินที่สวนทางกันระหว่างสหรัฐและประเทศอื่นๆ (สหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ประเทศอื่นยังต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำหรือปรับลดลงอีก), ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ และภัยธรรมชาติ
ให้ SET Index เป้าหมายปี 2558 ไว้ที่ 1602 จุด โดยอิงกับ P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 16.3 เท่า และคาดการณ์ EPS Growth ของตลาดหุ้นไทยปี 57 ติดลบ 1.2% และปี 58 พลิกฟื้นเป็นเติบโต 10.7% ซึ่งดัชนีเป้าหมายดังกล่าวมี Upside จากระดับปิดสิ้นปี 57 ที่ 1497.67 จุด ประมาณ 7%
อุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุนในปี 2558 เห็นว่าจะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศต่ำ (ที่พักอาศัย) และเงินบาทอ่อนค่า (อาหารส่งออก & อิเล็กทรอนิกส์) รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ (รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ธนาคารพาณิชย์ที่ขยายฐานลูกค้า SME ที่เป็นห่วงโซ่อุปทานของการลงทุนขนาดใหญ่ พลังงานทางเลือก และสื่อสารโทรคมนาคม) นอกจากนั้นก็เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลดลงของราคาน้ำมัน (สายการบิน สินค้าอุปโภคบริโภค และยางมะตอย) สำหรับหุ้นเด่นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าวข้างต้น เป็นดังนี้
กลุ่มที่พักอาศัย - AP, SPALI
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง - CK, STEC, SEAFCO
กลุ่มอาหาร & ส่งออก - MINT, GFPT, KCE
กลุ่มสื่อสาร - INTUCH, SAMART
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ - KBANK, KTB, TMB
กลุ่มการบิน - AAV, BA
กลุ่มยางมะตอย - TASCO
กลุ่มค้าปลีก - CPALL









