SET แกว่งตัวลงสร้างฐาน
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นลบ มองกรอบเคลื่อนไหว 1,480 – 1,500 จุด
วันแรกของการเปิดซื้อขายในปีนี้ยังเต็มไปด้วยปัจจัยลบ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐวัดโดย Dollar Index ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่แถว 91 สูงสุดในรอบ 9 ปี สวนทางกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับลงมาที่ 2.10% ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 2.26% ในสัปดาห์ก่อนบ่งบอกถึงนักลงทุนยังคงวิตกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง Non-US อาทิ ตลาดหุ้นในภูมิภาคและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับลดลงราว 0.7% ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังคงปรับลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่แถว US$54 ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ยังจะกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะโรงกลั่น ขณะที่ความคาดหวังเชิงลบต่อมาตรการใหม่ควบคุมหุ้นร้อนที่เริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรก กอปรกับต่อแรงขายของกองทุน LTF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนจะกดดันจิตวิทยาการลงทุน SET ให้มีโอกาสแกว่งตัวต่ำกว่า 1500 จุด อีกสักระยะ ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงของการปรับฐานโดยจะมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1538 จุด และมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1460 จุด (50% Fibonacci)
- กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนกลับมาถือครองเงินสด รับความเสี่ยงได้มากหาจังหวะลงแรงซื้อ-รีบาวน์ขึ้นขาย
- Top Daily Pick : ITD (หนึ่งในผู้เล่นที่มีโอกาสได้งานโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะมีความคืบหน้าตลอดทั้งปี รวมถึงโครงการอื่นในต่างประเทศ) / SIM (คาดผลประกอบการ 4Q57 เติบโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY จากคำสั่งซื้อ Big Lot ส่วนแนวโน้มปี 58 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องตามตลาด Smart phone ยังอยู่ในแนวโน้มการเติบโต)
- Technical Pick : SAMART AOT ECL CK SAMTEL
- Theme Play : กลุ่มสายการบิน (AAV NOK) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทิศทางขาลง /กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) ได้ประโยชน์จากเงินดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าเทียบสกุลบาท /หุ้นยอดนิยมที่ราคาปรับลงมาแรงจากสัปดาห์ก่อน (ITD NBC MINT TRUE SPALI)
รายงานวันนี้
Strategy - กลยุทธ์การลงทุนปี 2558 แนวโน้มอุตสาหกรรม และ หุ้นเด่น
Fundamental Talk
- กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ (5-9 มกราคม)
•แนวโน้ม สัปดาห์นี้ เรามองโอกาสปรับลงของ SET โดยมองกรอบ เคลื่อนไหว 1460 - 1520 จุด จากการที่ยังคงไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่ๆขณะที่นักลงทุนจะกลับมาวิตกต่อประเด็นการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค ทางเทคนิค SET อยู่ในแนวโน้มขาลง และการรีบาวน์ในทิศทางขาลง (คลื่น B) จบไปแล้วเมื่อขึ้นไปทดสอบ 1538 จุด แต่ไม่ผ่าน ปัจจุบันกำลังปรับลงเพื่อหาแนวรับ (คลื่น C) โดยมีเป้าหมาย 1460 จุด (50% Fibonacci วัดจากจุดสูงสุดที่ 1538 จุด ปลายธ.ค. ไปหาจุดต่ำสุดที่ 1376 จุด ช่วงกลางเดือนธ.ค.) เป็นเป้าหมายของการปรับลงครั้งนี้ เว้นแต่จะกลับมายืนเหนือ 1510 จุด ได้จะเกิดเป็นสัญญาณซื้อระยะสั้นเป้าหมายได้ถึง 1538 จุด (รูปตัว M) เพื่อปรับลงต่อ
•ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (1) วันนี้เป็นวันแรกที่ใช้มาตรการควบคุมหุ้นร้อนใหม่ คาดจะเห็นการชะลอตัวของหุ้นขนาดเล็กและกดดันจิตวิทยาการลงทุนโดยรวม (2) แรงขายกองทุน LTF ที่ครบกำหนด (3) ราคาน้ำมันดิบ Brent ทำจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้งแถว US$54 ต่อบาร์เรลยังคงเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน การรีบาวด์ขึ้นของหุ้นกลุ่ม ปตท จึงไม่สอดคล้องกับทิศทางน้ำมันดิบและเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไร (4) แรงกดดันจากการปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาด โดยยอดส่งออกเดือน พ.ย. กลับมาติดลบ 1% YoY และยอด Bloomberg EPS consensus ของ SET ที่ปรับลงต่อเนื่อง (5) วิกฤตค่าเงินรัสเซียยังไม่จบ หลังเห็นการกลับมาอ่อนค่าฉับพลันของค่าเงินรูเบิลอีกครั้งราว 10% จากปลายปี ยืดเยื้อไปเป็นความเสี่ยงต่อทุนสำรองและระบบการเงินในภูมิภาค
•กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1) หากรับความเสี่ยงได้น้อยเน้นถือเงินสด จุดเสี่ยงเข้าซื้ออีกครั้งอาจเกิดแถว 1460 จุด +/- (2) หากรับความเสี่ยงได้มาก หาจังหวะที่ SET ปรับตัวลงแรง เน้นเก็งกำไรกลุ่มนำตลาดเบต้าสูง (ITD SPALI SIRI RS PTTEP PTTGC TRUE) เพื่อลุ้นให้ SET รีบาวน์ขึ้นไปปิดเหนือ 1510 จุดได้
สำหรับการลงทุนระยะปานกลาง-ยาว แนะนำทยอยสะสมเมื่อหุ้นปรับตัวลง กลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มสายการบิน (NOK) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงถูกลงและเข้าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหนุนยอดผู้โดยสารระยะสั้น / หุ้นขนาดกลาง-เล็ก (MODERN MFEC SIM SYMC) มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว มี upside และ ปันผลสูงปลอดภัยต่อการลงทุนในภาวะตลาดผันผวน หากระหว่างสัปดาห์หุ้นปรับตัวลงแรง (SET ปรับลงต่ำกว่า 1,460 จุด) ให้ใช้เป็นโอกาสสะสมหุ้นใหญ่พื้นฐานดีรอการฟื้นตัวระยะยาวในกลุ่มหุ้นแนะนำประจำเดือน ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร (INTUCH THCOM) ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความชัดเจนนโยบาย Digital economy / กลุ่มเครือข่ายร้านค้าปลีกและอาหารขนาดใหญ่ (CPALL M ROBINS) เป็นกลุ่มที่ผลประกอบการในปี 2557 โดยรวม Underperform SET จากปัญหา SSSG ไม่สดใส ซึ่งคาดว่าจะมาพลิกฟื้นในปี 58 แล้วยังมีปัจจัยราคาน้ำมันถูกเป็นปัจจัยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย / กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK STEC) เป็นกลุ่มที่แนวโน้มระยะยาวสดใสจากนโยบายลงทุนภาค







