จังหวะแบบนี้ อย่ารอช้า
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะเข้าซื้อหุ้น CPALL ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดกำลังผ่านพ้นไป และเราคาดบริษัทจะสามารถกลับมารายงานผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/58 ราคาซื้อขายปัจจุบันก็น่าสนใจ โดย PER 12 เดือนของ CPALL อยู่ที่ระดับต่ำที่สุดในรอบสามปี ในขณะที่เราคาดว่ากำไรปี 2558 ของบริษัทจะเติบโตถึง 35% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่ม CPALL จึงเป็นหุ้นที่เราแนะนำเป็นอันดับแรกในกลุ่มค้าปลีกด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 54 บาท
ช่วงที่ยอดขายสาขาเดิมตกต่ำผ่านพ้นไปแล้ว
ยอดขายสาขาเดิมของ CPALL มีแนวโน้มจะลดลง 1-2% ในไตรมาส 4/57 ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่หดตัวถึง 4.5% ในไตรมาส 3/57 ยอดขายสาขาเดิมฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังเคมเปญแสตมป์สิ้นสุดในเดือนพ.ย. และได้พลิกฟื้นกลับมาเติบโตตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. ซึ่งการฟื้นตัวครั้งนี้ยืนยันมุมมองของเราว่ายอดขายสาขาเดิมที่ตกต่ำในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยหลักแล้วเป็นผลจากแคมเปญแสตมป์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ (แคมเปญดังกล่าวมีการใช้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค.จนถึงปลายเดือนพ.ย.) มากกว่าที่จะเกิดจากภาคการบริโภคที่ชะลอตัว ดังนั้น เราจึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ CPALL จะกลับมาเติบโตต่อไปแม้ว่าภาคการบริโภคจะยังคงอ่อนตัวอยู่
ยอดขายสาขาเดิมในปี 2558 อาจเติบโตมากกว่าที่เราและตลาดคาด
ฐานที่ต่ำจะเป็นปัจจัยหลักช่วยหนุนอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในปี 2558 โดยในระหว่างปี 2557 ยอดขายสาขาเดิมของ CPALL ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น อากาศที่หนาวเย็นผิดปกติในไตรมาส 1/57 การประกาศเคอร์ฟิวในไตรมาส 2/57 และแคมเปมแสตมป์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2557
สภาพอากาศอาจพยากรณ์ได้ยาก แต่อากาศที่หนาวเย็นผิดปกตินั้นโดยตามสถิติแล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันสองปี เราเชื่อว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในไตรมาส 1/58 จะสูงกว่าในไตรมาส 1/57 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มเย็น (คิดเป็น 30% ของยอดขายรวม) เพิ่มขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เราไม่คิดว่าจะมีการประกาศเคอร์ฟิวใดๆอีก ดังนั้นยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 2/58 จึงน่าจะเติบโตโดดเด่นเช่นกัน สำหรับแคมเปญแสตมป์ เราเชื่อว่า CPALL (ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความคิดริเริ่มและการดำเนินงานที่ดีที่สุด) จะสามารถทำให้โปรโมชั่นแสตมป์กลับมาฮิตได้อีกครั้ง เราจึงมองว่ามีโอกาสที่อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมปี 2558 จะสูงกว่าที่เราประมาณการไว้ที่ 4.5%
การขายหุ้น MAKRO ถูกเลื่อนไปไม่มีกำหนด
CPALL มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการขายหุ้นบางส่วนของ MAKRO ออกไปเนื่องด้วยราคาซื้อขายหุ้น MAKRO ณ ปัจจุบันต่ำกว่าราคาราคาเข้าซื้อบวกกับต้นทุนในการถือครองหุ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสที่ดีที่จะรีไฟแนนซ์เงินกู้จากธนาคารด้วยหุ้นกู้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของตลาดพันธบัตรอยู่ในระดับต่ำ
โดยไม่นานมานี้ CPALL ได้ทำการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปีมูลค่า 6 พันล้านบาทซึ่งมีอัตราคูปอง 3.45% และหุ้นกู้อายุ 12 ปีมูลค่า 4 พันล้านบาทซึ่งมีอัตราคูปอง 4.8% เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้ธนาคาร ซึ่งการรีไฟแนนซ์จะช่วยเพิ่มกำไรในปีหน้าได้ 1% สำหรับเงินกู้ธนาคารที่เหลือจำนวน 41,000 ล้านบาทนั้น CPALL กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกใช้หุ้นกู้หรือขายหุ้น MAKRO เพื่อทำการรีไฟแนนซ์ โดยหากมองจากบรรยากาศอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เรามองว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้หุ้นกู้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวิธีจะสามารถเพิ่มกำไรให้บริษัทได้เช่นกัน









