สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (11 - 17 ธ.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -1.0%, DAX -2.6%, CAC ฝรั่งเศส -2.7% และFTSE -2.5% จากการปรับตัวลงของราคาหุ้นกลุ่มพลังงานในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบที่ทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี หลัง IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกปี 2558 ลง และความกังวลจ่อเศรษฐกิจของรัสเซีย และค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสามารถฟื้นตัวได้ปลายสัปดาห์หลังเฟดให้ความว่าจะใช้นโยบายผ่อนคลายต่อไป และคาดว่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมอีกอย่างน้อย 2-3 ครั้งหน้า
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (11 - 17 ธ.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีก 4.1% จากแรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หลังดัชนี HSBC Flash PMI ภาคการผลิตเดือน ธ.ค.ของจีนทำระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน นอกจากนี้กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นต่อ จากแรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายกฎเกณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 - 17 ธ.ค. 2557)
SET INDEX ปรับตัวลงทำระดับต่ำสุด 1,375 จุดระหว่างสัปดาห์ ทั้งนี้หุ้นหลักในกลุ่มพลังงานอย่าง PTT / PTTEP ยังคงปรับตัวลงต่อในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตามสามารถเกิด Technical Rebound พร้อมกับเงินจากสถาบันในประเทศ ส่งผลให้ SET INDEX กลับมายืนเหนือ 1,480 จุดได้ ปิดที่ระดับ 1,480.20 จุด ลดลง 46.61 จุด หรือ -3.05% ณ วันที่ 17 ธ.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (19 - 25 ธ.ค. 2557)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลางถึงบวก” แนวต้านด่านสำคัญ 1,520 จุด +/- อาจขึ้นไปทดสอบแต่ยังไม่น่าผ่านในระยะสั้น แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนโดยรวมจะทรงตัวดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ต่อเนื่อง ถึงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจาก
• หุ้นกลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมี ที่ฟื้นตัวในวันที่ 17-18 ธ.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง PTT / PTTEP มี Upside ที่จำกัด จาก ณ ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวบริเวณ US$55-60/barrel NYMEX เราประเมินโอกาสที่จะเกิดแรงขายทำกำไรจากการฟื้นตัวในระลอกนี้ มีความเป็นไปได้สูง
• แต่หุ้นกลุ่ม Domestic Play จะขยับขึ้นมาชดเชยกับการอ่อนแรงของ 2 กลุ่มข้างต้น นำโดย กลุ่มธนาคาร / กลุ่ม ICT / กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง / กลุ่มที่อยู่อาศัย เนื่องจาก
o เงินทุนใหม่จากกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ จำนวน 6 กองทุน วงเงิน 8.0 พันล้านบาท เริ่มทยอยปิดการขายตั้งแต่วันที่ 18-22 ธ.ค. เงินทุนใหม่คาดเริ่มทยอยสะสมหุ้นตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.
o การทำ Window Dressing ของกองทุน และ พอร์ตการลงทุนของบริษัทประกันภัยต่างๆ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี
o แรงขายจากต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวของชาวตะวันตก
ส่วนปัจจัยภายนอก เราแนะนำให้นักลงทุน ติดตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน อาจสร้างความประหลาดใจ ด้วยการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงสั้นนี้ หลังสัญญาณการผลิต / บริการ / การบริโภค ภายในประเทศ ชะลอตัวต่อเนื่อง หากเป็นไปตามคาด ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นตัวผลักดันให้ SET INDEX ไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,520 จุด และอาจปิดทะลุช่วงสั้นๆ ได้เช่นกัน
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” หุ้นขนาดใหญ่ - กลาง ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q57 เติบโตเด่น และต่อเนื่องถึงปีหน้า เช่น AAV / ERW / LPN / ADVANC / TRUE / KTB หรือ เป็นหุ้นปันผลสูงในงวดการจ่ายรอบนี้ เช่น BJCHI / KTB / MFEC / BTS เป็นต้น
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุมครม. อาจมีการพิจารณามาตรการด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม
2. ติดตามการปิดขาย IPO กองทุน ทริกเกอร์ฟันด์ เพื่อประเมินเม็ดเงินทุนใหม่
3. ติดตามการประชุม BoJ ในวันที่ 19 ธ.ค. จะส่งสัญญาณ พร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต่ำจากราคาน้ำมันดิบ หรือไม่
4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำ - ยอดก่อสร้างบ้าน ของญี่ปุ่น, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ของอียู, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค - GDP ใน 3Q57 อังกฤษ, ยอดขายบ้านมือสอง / บ้านใหม่ - ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน - GDP ใน 3Q57 สหรัฐ
5. หลายตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดทำการในวันที่ 24-25 ธ.ค.
-------------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









