วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มิลเลนเนียล'ไทยติดโซเชียล...ลดซื้อสินค้า-จ่ายค่าเน็ต

กลุ่ม“มิลเลนเนียล”อายุ 18-34 ปีทั่วโลก เป็นผู้บริโภคที่“นักการตลาด” ให้ความสนใจสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์สูงสุด

กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและการเรียนรู้ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส เปิดเผยว่า “อินิชิเอทีฟ โกลบอล” ได้จัดทำผลสำรวจออนไลน์ทั่วโลก 19 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย รวม10,000 ตัวอย่าง เพื่อสำรวจทัศนคติ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตของกลุ่ม “มิลเลนเนียล” (Millennnial) อายุระหว่าง 18-34 ปีทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย

พบว่ากลุ่มมิลเลนเนียลไทยเป็นช่วงอายุที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งช่วงต้มยำกุ้ง วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์จากต่างประเทศ รวมทั้งปัญหาการเมืองในประเทศไทย ทำให้กลุ่มดังกล่าวมีประสบการณ์ถูกลดเงินเดือน สัดส่วน 50% , ตกงาน 29% และ กังวลปัญหาเศรษฐกิจ 79%

กลุ่มมิลเลนเนียลไทย ยังมีความกังวลที่จะเป็นหนี้ 55% ตัวเลขดังกล่าวยังตีความหมายได้ว่าอีกเกือบ 50% พร้อมที่จะจับจ่ายและเป็นหนี้ โดยมีพฤติกรรมจับจ่ายเพื่อเสริมภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดีในสังคม และประหยัดเงินหรือใช้เงินอย่างคุ้มค่า สำหรับซื้อสินค้าของใช้ส่วนตัวภายในบ้าน

“พบพฤติกรรมผู้บริโภคมิลเลนเนียล ยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าแบรนด์เนม เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม แต่ใช้สินค้าเฮาส์แบรนด์ ราคาประหยัดในบ้าน โดยไม่สนใจเรื่องแบรนด์ แต่เน้นที่ราคาคุ้มค่า”

จากพฤติกรรมดังกล่าว นักการตลาดและแบรนด์ต้องปรับตัวเร็ว มุ่งเสนอความคุ้มค่า คุ้มราคาของสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและเงินในกระเป๋าของกลุ่มมิลเลนเนียล

เทคโนฯ-อินเทอร์เน็ตอิทธิพลสูง

กนกกาญจน์ กล่าวอีกว่าเนื่องจากกลุ่มมิลเลนเนียล เติบโตในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโซเชียล มีเดีย มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตสูง ทำให้มีพฤติกรรมเสพสื่อและรับรู้ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ “มัลติ มีเดีย” ส่งผลต่อ “ความเชื่อ” ของกลุ่มมิลเลนเนียล ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ "ไม่มี"ความภักดีต่อแบรนด์ พร้อมเปลี่ยนแบรนด์ ที่ต้องโจทย์การใช้ชีวิตและรายได้

โดยพบว่ามิลเลนเนียลไทยเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน 81% สูงสุดเทียบกับประเทศต่างๆ ที่ทำการสำรวจในครั้งนี้ อีก 45% เป็นเจ้าของแทบเล็ต และ 50% ครอบครอง 3 ดีไวซ์ ถือเป็นกลุ่มที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต

พฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มนี้ หากมีเงินในกระเป๋าจำกัด และอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกใช้จ่ายระหว่าง สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (FMCG) และค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อติดต่อกับโลกโซเชียลมีเดีย กลุ่มนี้จะเลือกลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งการซื้อสินค้าและการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตแทน

แนะแบรนด์สื่อสารผ่านโซเชียล

ผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต เข้ามาแย่งเงินในกระเป๋าผู้บริโภค ด้านการใช้ชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มมิลเลนเนียลให้ความสำคัญและใช้ชีวิตติดโซเชียลมีเดียเป็นอันดับแรก

“ผู้บริโภคมิลเลนเนียล เป็นกลุ่มที่แบรนด์และนักการตลาด เข้าถึงได้ยาก จากพฤติกรรมเสพสื่อหลากหลาย เปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพ ราคาของสินค้า จึงพร้อมจะเปลี่ยนแบรนด์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและเงินในกระเป๋า”

ดังนั้นนักการตลาดและแบรนด์ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ผ่านการให้ข้อมูลต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลุ่มนี้ชื่นชอบการคอมเม้นต์ผ่านสื่อออนไลน์ ใช้สมาร์โฟนในการค้นหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจซื้อสินค้า โดย 95% ของกลุ่มมิลเลนเนียลใช้โชเชียล มีเดีย “ทุกวัน”

จากพฤติกรรมให้ความสำคัญกับช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้กลยุทธ์การสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ ไม่สามารถใช้ "เครื่องมือ" หรือ "ช่องทาง"การสื่อสาร อย่างใด อย่างหนึ่งเพื่อเข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียล แต่ต้องใช้ทุกเครื่องมือการสื่อสารทั้งเทรดดิชั่นและสื่อออนไลน์ โดยไม่สามารถละเลยช่องทางโซเชียล มีเดียได้อีกต่อไป