วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.จับตา'รูเบิล'ป่วนตลาด

ธปท.เผยบาทอ่อนค่า ช่วงหุ้นร่วงหนัก แต่ไม่พบเงินไหลออกผิดปกติ พร้อมดูแล แต่ไม่จำเป็นต้องใช้"มาตรการพิเศษ"

แต่พร้อมเข้าดูแลหากค่าเงินแกว่งแรง "ประสาร"ประเมินรัสเซียขึ้นดอกเบี้ยแรง กระทบไทยไม่มาก เฉพาะด้านท่องเที่ยว ขณะค่าเงินรูเบิลยังร่วงต่อเนื่อง ตามทิศทางน้ำมัน แม้แบงก์กลางขึ้นดอกเบี้ย

ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่อเนื่องกว่า 40% ตั้งแต่กลาง ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศที่มีรายได้จากการขายน้ำมันเป็นหลัก โดยล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของรัฐเซียและฉุดค่าเงินรูเบิลร่วงลงอย่างหนัก

จากวิกฤติของรัสเซีย ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ทำให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง คือ ตลาดหุ้น

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าธปท.ยังไม่พบการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผิดปกติ และไม่คิดว่าในช่วงนี้จะต้องมีมาตรการอะไรออกมาเป็นพิเศษ เพราะโดยปกติแล้วในช่วงปลายปี มักเป็นช่วงที่ผู้จัดการกองทุนเริ่มหยุดพักผ่อน ทำให้มูลค่าซื้อขายในตลาดเบาบาง การเคลื่อนไหวของค่าเงินจึงอาจหวือหวาบ้าง ซึ่ง ธปท. ก็จะติดตามดูอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ถ้าดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ก็มีการอ่อนค่าลงเช่นกัน และถ้าดูค่าความผันผวนของค่าเงินบาทไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค อีกทั้งระดับของเงินบาทไทยในปัจจุบันก็ถือว่าสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยด้วย

“ปกติแล้วช่วงปลายปี การซื้อขายในตลาดเงินและตลาดทุน จะค่อนข้างเบาบาง การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้มาก ทางเราจะคอยติดตามดูอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีข่าวอะไรเป็นพิเศษ ที่ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวมากไป เราก็อาจเข้าดูแลบ้าง แต่มาตรการพิเศษคิดว่าไม่จำเป็น” นายประสารกล่าว

ลั่นทุนสำรองลดจากดอลลาร์แข็ง

สำหรับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ปรับลดลงนั้น นายประสาร กล่าวว่า เป็นเรื่องของการตีมูลค่า เพราะเวลานี้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น เช่น เงินยูโร และ เงินเยน หรือแม้กระทั่งทองคำก็มีมูลค่าเทียบกับดอลลาร์ลดลง เมื่อตีมูลค่ากลับมาเป็นเงินดอลลาร์จึงทำให้เงินสำรองดูลดลงไปบ้าง

ส่วนสถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งดัชนีปรับลดลงค่อนข้างรุนแรงนั้น เรื่องนี้ นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้โทรมารายงานเช่นกัน ซึ่งช่วงแรกของการปรับลดลง เป็นเรื่องของราคาน้ำมันโลกที่ลงต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานในตลาดหลักทรัพย์บ้าง แต่ช่วงบ่ายมีเรื่องของข่าวลือเข้ามา เพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานตลาดก็ปรับเข้าสู่ภาวะปกติ คิดว่าเรื่องนี้ทางตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ติดตามดูอยู่

นายประสาร กล่าวด้วยว่า ในส่วนของราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่องนั้น ระยะปานกลางแล้วน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ เพียงแต่ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบบ้าง เช่น ราคาหุ้น โดยตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของกลุ่มพลังงานราว 10% ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ที่ปรับลดลงตามด้วย เช่น ยางธรรมชาติ

รัสเซียขึ้นดบ.กระทบตลาดเงินช่วงสั้น

นอกจากนี้ นายประสาร ยังกล่าวถึงการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของรัสเซียที่ปรับขึ้นจาก 10.5% เป็น 17% เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินรูเบิลและการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อด้วยว่า สาเหตุที่รัสเซียต้องทำเช่นนั้นเพื่อแก้ปัญหาเงินทุนไหลออกซึ่งทำให้เงินรูเบิลอ่อนค่าลงไปกว่าครึ่งหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดเงินโลกบ้าง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบคงไม่ได้มาก เนื่องจากเศรษฐกิจรัสเซียไม่ได้มีขนาดใหญ่ และเงินรูเบิลไม่ได้เป็นสกุลเงินสากล อีกทั้งความเชื่อมโยงต่อตลาดการเงินโลกก็ไม่ได้มากด้วย ดังนั้นผลกระทบต่อภาพรวมจึงไม่น่าจะสูงมากนัก

สำหรับผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยนั้น เชื่อว่าผลกระทบทางตรงคงไม่ได้มากนัก เพราะประเทศไทยมีการค้าขายกับรัสเซียน้อย แต่ผลกระทบทางอ้อมผ่านการท่องเที่ยวคงมีบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาชาวรัสเซียเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยค่อนข้างมาก

ธปท.ติดตามเงินบาทใกล้ชิด

ด้าน นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธปท. กล่าวว่า ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา มองว่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเร็วเป็นผลจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพียงในระยะสั้น และค่าเงินบาทสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของตลาดพันธบัตรไทยภาวะเป็นปกติ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศยังสนใจการลงทุนในพันธบัตรระยะยาว

ค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เปิดตลาดที่ 32.80-32.83 บาทต่อดอลลาร์ จากนั้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบเกือบตลอดทั้งวันในช่วง 32.78 - 32.815 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณธุรกรรมที่เบาบาง จนกระทั่งในช่วงประมาณ 15.30 น. เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วจนแตะระดับ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ ตามการปรับลดลงอย่างรุนแรงของดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ลดลง 9.17% จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน ทำให้มีการซื้อ เงินดอลลาร์ ของผู้ลงทุนต่างชาติ เพื่อปิดฐานะจำนวนหนึ่ง

ประกอบกับสภาพคล่องของตลาดเงินตราต่างประเทศในขณะนั้นเบาบางมากซึ่งเป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี เงินบาทจึงอ่อนค่าไปได้ค่อนข้างเร็ว แต่ในช่วงท้ายตลาด เงินบาทปรับตัวมีเสถียรภาพมากขึ้นตามการปรับตัวที่ดีขึ้นของตลาดหุ้น เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.97-32.98 บาทต่อดอลลาร์

รูเบิลร่วงหนักเมินรัสเซียขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียดิ่งลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์เกือบ 67 รูเบิลต่อดอลลาร์ ระหว่างการซื้อขายวานนี้ (16 ธ.ค.) ทั้งที่ธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นการฉุกเฉินเป็น 17% จาก 10.5% เพื่อสกัดการร่วงไหลของค่าเงิน

เงินรูเบิลทะลุระดับ 64.4 รูเบิลต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ (15 ธ.ค.) หรือร่วงลงไป 9.5% ในการซื้่อขายเพียงวันเดียว และถือเป็นการดิ่งลงมากที่สุดในหนึ่งวันตั้งแต่วิกฤติปี 2541 ทั้งที่เดือนนี้ธนาคารกลางใช้เงิน 6,000 ล้านดอลลาร์ในการพยุงค่าเงิน และประกาศว่าพร้อมใช้เงินถึง 85,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพยุงค่าเงินในปีหน้า

การทรุดตัวของค่าเงินมีขึ้นหลังจากธนาคารกลางเตือนว่าราคาน้ำมันในระดับต่ำอาจทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวเกือบ 5% ปีหน้า

ทั้งนี้ ธนาคารกลางกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะหดตัวช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า และอาจติดลบประมาณ 4.5% สำหรับทั้งปี หากราคาน้ำมันอยู่ที่เฉลี่ยบาร์เรลละ 60 ดอลลาร์ โดยงบประมาณปีหน้าของรัฐบาลนั้นจัดทำบนสมมติฐานว่าราคาน้ำมันอยู่ที่ 95 ดอลลาร์ อันหมายความว่าฐานะการคลังของรัฐบาลจะตึงตัวหากราคาน้ำมันดิบไม่ดีดตัวขึ้นมา

นอกจากนั้น ธนาคารกลางยังระบุว่ากระแสทุนไหลออกในช่วงไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก และคาดว่ากระแสทุนไหลออกปีหน้าจะอยู่ที่ 120,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2559 คาดว่าจะมีทุนไหลออก 75,000 ล้านดอลลาร์ และในปี 2560 คาดว่าจะมีทุนไหลออก 55,000 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์แนะเร่งฟื้นเชื่อมั่น

นายอเลกไซ คัดริน อดีตรัฐมนตรีคลัง กล่าวแสดงความเห็นด้วยกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง แต่เสริมว่ารัฐบาลควรออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุน สอดคล้องกับธนาคารอัลฟาที่ระบุว่าประเด็นสำคัญคือการเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนที่พากันหันไปออมเงินในสกุลเงินดอลลาร์

ทั้งนี้ ในปีนี้เงินรูเบิลร่วงลง 49% แล้วเมื่อเทียบกับดอลลาร์ สืบเนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลง เพราะรายได้ครึ่งหนึ่งของรัสเซียมาจากน้ำมันกับก๊าซ ดังนั้นราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงจึงกระทบต่อฐานการคลังของรัสเซียและความเชื่อมั่นในเงินรูเบิล

นายคริส วีเฟอร์ นักวิเคราะห์แห่งบริษัทแมคโครแอดไวเซอรี กล่าวว่าการดิ่งลงของเงินรูเบิลเป็นผลจากความรู้สึกและความหวาดกลัว ไม่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ตามปกติทางเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาทางสกัดการร่วงไหลของค่าเงินและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

นายแมกซิม บูเยฟ นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่ารัฐบาลต้องนำเสนอแผนการปฏิรูปที่ชัดเจนเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นต่อเงินรูเบิล

ตลาดหุ้นในอาเซียนร่วงหนัก

หลังจากสกุลเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลงอย่างหนัก ส่งผลให้มีแรงเทขายในตลาดหุ้นอาเซียน เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกต้องการหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงรูเบิลดิ่งลง โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน และจากมาตรการคว่ำบาตรที่ชาติตะวันตกนำมาใช้กับรัสเซีย ซึ่งการดิ่งลงของรูเบิลสร้างความกังวลเป็นอย่างมากต่อนักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสกุลเงินตลาดเกิดใหม่

ธนาคารกลางรัสเซียเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเช้าวันนี้เพื่อหนุนรูเบิล แต่หลังจากรูเบิลฟื้นตัวเป็นเวลาสั้นๆ รูเบิลก็ดิ่งลงสู่สถิติต่ำสุดใหม่อีกครั้งเมื่อเทียบกับดอลลาร์

ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดิ่งลง 1.6 % หลังจากอ่อนค่าลง 1 % จากวันก่อน ในขณะที่สกุลเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 16 ปี อย่างไรก็ดี รูเปียะห์ดีดขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากธนาคาร กลางอินโดนีเซียเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราและตลาดตราสารหนี้