ปี 2558 โอกาสทองจากงานภาครัฐ
การประมูลสายสีเขียวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
เราคาดว่า หลังการเปิดซองการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) น่าจะมีการเซ็นสัญญาและเริ่มดำเนินงานก่อสร้างได้ภายใน 1H58 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ถือเป็นงานแรกของภาครัฐในการเร่งงานประมูลได้ตามกรอบเวลาที่ภาครัฐกำหนด เราคาดว่าในระยะถัดไปจะเห็นความคืบหน้าของการประมูลรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆใช้เวลาที่เร็วขึ้นจากอดีตซึ่งเป็นผลดีต่อการรับงานที่ต่อเนื่องของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในอนาคต (รายละเอียดการเปิดซองรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ประกาศผู้เสนอราคาต่ำสุด (Lowest-bid) จากการเข้าประมูลโดยสัญญาที่ 1 งานโยธา (หมอชิต-สะพานใหม่) ITD เสนอราคา 1.5 หมื่นล้านบาท สัญญาที่ 2 งานโยธา( UN-SH-CH ) เสนอราคา 6.7 พันล้านบาท สัญญาที่ 3 งานโยธาศูนย์ซ่อมบำรุงอาคารจอดรถ (STEC-AS) เสนอราคา 4 พันล้านบาท และ สัญญาที่ 4 งานออกแบบและจัดตั้งระบบราง (STEC-AS) เสนอราคา 2.8 พันล้านบาท โดยราคาเสนอต่ำสุดรวมโครงการ 2.8 หมื่นล้านบาทสูงกว่าราคากลาง 9%)
รถไฟฟ้าสีส้ม-เหลือง-ชมพูเป็นสายถัดไป
สำหรับรถไฟฟ้าที่เป็นสายถัดไปจากสายสีเขียวเข้า ที่คาดหวังเห็นการประมูลมีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้นคือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายระหว่างตลิ่งชัน-มีนบุรีมีมูลค่าโครงการรวมราว1.1แสนล้านบาท โดยทาง รฟม.ได้ส่งรายละเอียดไปยังกระทรวงคมนาคมและคาดว่าสามารถเสนอเข้าครม.ได้ภายใน ม.ค.58 ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของการประมูลในช่วง 1Q58 ขณะที่สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-บางกะปิ) มูลค่าโครงการ 5.6 หมื่นล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) มูลค่าโครงการ 5.3 หมื่นล้านบาท โดยมูลค่างานในมือหลักของกลุ่มราว 50% เป็นงานรถไฟฟ้ากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาการปรับแบบระหว่าง MonorailกับHeavy rail ทั้ง 2 สายจะเป็นรถไฟฟ้าสีถัดไปในการดำเนินการต่อซึ่งเราคาดว่าจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในช่วง 2Q58 เป็นโอกาสต่องานที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มงานในมือเพิ่มขึ้น
เราคาดว่าในปี 2558 งานในมือของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความคืบหน้าของงานประมูลต่างๆ โดยปัจจุบันผู้รับเหมารายใหญ่มีงานรองรับรายได้ในปี 2558 พอควร จากงานในมือปัจจุบัน ITD มีงานในมือ 2.2 แสนล้านบาท (งานประเทศโมซัมบิกราว 1.2แสนล้านบาท) CK งานในมือ 9.8 แสนล้านบาท และ STEC งานในมือปัจจุบันที่ 6.3 หมื่นล้านบาท โดยมีสัดส่วนของงานเฉลี่ยราว 50% เป็นงานจากรถไฟฟ้า โดยเราคาดว่างานประมูลที่เกิดขึ้นในปี 2558 จะทำให้งานในมือเฉลี่ยของกลุ่มเพิ่มขึ้นราว 3 หมื่นล้านบาทภายในปี
คงคำแนะนำกลุ่ม “มากกว่าตลาด”
เราเชื่อว่ากลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มที่เติบโตและฟื้นตัวขึ้นจากในปี 2557 หลังภาครัฐเริ่มเร่งการประมูลงานก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงการขยายงานก่อสร้างจากต่างประเทศเช่นงานในประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีโอกาสรับงานเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ แนะนำ เก็งกำไร STEC ราคาเหมาะสม 27.40 บาท จากการรับงานโรงไฟฟ้าที่มีความชำนาญและงานภาครัฐที่ต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อ CK ราคาเหมาะสม 31.20 บาท จากงานในมือทีมีงานโครงการไซยะบุรีกว่า 40% นอกเหนือจากงานรถไฟฟ้า ขณะเดียวกันมีงานเขื่อนน้ำบากมูลค่า 1.7หมื่นล้านบาทรอเซ็นสัญญาในปี 2558









