กระทรวงท่องเที่ยวจัดทำ 3 มาตรการหลักจับมือทุกแบงก์เว้นค่าธรรมเนียมกดเงินช่วงปีใหม่
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลริเริ่มให้มีโครงการของขวัญให้ประชาชน สำหรับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ กระทรวงฯ ได้จัดทำ 3 มาตรการหลัก เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว ได้แก่ การร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย ให้ทุกธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็มข้ามเขตและข้ามธนาคารในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. - 4 ม.ค.พร้อมทั้งสำรองเงินสดในตู้ให้เพียงพอกับการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงให้ธนาคารที่มีความพร้อม ช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านจอเอทีเอ็มด้วย คาดว่าจะเป็นการช่วยจูงใจให้คนใช้จ่ายเงินระหว่างการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ระหว่างเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดมากขึ้น
มาตรการต่อมาร่วมมือกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน โดยเริ่มต้นนำร่องกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีสถานีบริการน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งนิยมในการพักรถ (Rest Area) ของผู้เดินทาง ผ่านการนำ 1,300 ปั๊ม เข้าร่วมโครงการพัฒนาเป็นจุดพักรถที่ได้มาตรฐาน และมีการฝึกอบรมให้พนักงานปั๊มสามารถให้ข้อมูลการท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียงได้ เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางเพิ่มเติม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ถนนสายหลักมีการจราจรแออัด จะได้มีการกระจายความหนาแน่นให้คนไปเดินทางในบริเวณดังกล่าวแทน สำหรับช่วงเริ่มโครงการ จะเริ่มต้นด้วยปั๊ม 300 แห่งในเส้นทางระหว่างจังหวัดก่อน แล้วค่อยทยอยเข้าพัฒนาปั๊มในเมืองต่างๆ เพิ่มเติม
ส่วนมาตรการสุดท้าย คือ การดึงประชาชนให้มีส่วนร่วมด้วยการให้แชร์ภาพประสบการณ์ท่องเที่ยว และติดแฮชแท็ก ThailandOnly ซึ่งจะได้รับการนำไปเผยแพร่ผ่านจอในรถไฟฟ้าบีทีเอส 1,250 จอ, สถานีรถไฟฟ้า 84 จอ, ตามอาคารสำนักงานต่างๆ 1,000 จอ และจอแบบ Mega Led ขนาดเกิน 200 ตร.ม. จำนวน 8 จอ เพื่อกระตุ้นให้คนที่พบเห็นเกิดความต้องการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันผู้ร่วมสนุกจะได้ชิงรางวัลท่องเที่ยวราว 100 รางวัล เพื่อเดินทางไปยัง 12 เมืองต้องห้ามพลาดในปีหน้าด้วย โดยขณะนี้เริ่มมีโครงการให้ติดแฮชแท็กดังกล่าวแล้ว และมีฐานข้อมูลกว่า 1.64 แสนภาพ แต่ยังไม่ได้รับการโปรโมตและนำมาใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการตลาดเท่าที่ควร
นอกจากนี้ ยอมรับว่า โครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ TA Inbound ซึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมประกันภัย ในการจัดทำกรรมธรรม์ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ จลาจล ก่อการร้าย ฯลฯ แม้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกที่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือน ก.ค. แต่ยังมียอดผู้ซื้อราว 1,000 รายเท่านั้น ดังนั้นต่อไปจึงจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลักเพิ่มเติม เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าด้วย คือ 1.สถานทูตต่างๆ และ 2.กลุ่มจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) โดยจะขอความร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ให้ช่วยโปรโมตเพิ่มเติมด้วย









