ปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นจากจำนวนรายการเพิ่ม
ดึงคอนเทนต์กลับส่งผลบวกระยะยาว
เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสม WORK ขึ้นเป็น 50 บาท (จาก 45.90 บาท) หลัง WORK ดึงรายการทีวีจากช่อง 5 และช่อง 9 กลับมาออกอากาศในช่อง Workpoint TV คาดส่งผลดีในระยะยาวจากค่าเช่าเวลาออกอากาศช่อง 5 ที่ลดลงกว่า 200 ล้านบาท/ปี และโอกาสขายเวลาโฆษณาในช่อง 9 เพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่ต้องแบ่งเวลาโฆษณา 50% แต่ระยะสั้น (1-2 ปี) อาจไม่ทำให้ผลประกอบการต่างจากเดิมมากนักเนื่องจากอัตราค่าโฆษณาที่ต่ำลง 10-20% และยกเลิก 2 รายการจาก 9 รายการที่ดึงกลับมา เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558-71 (ตลอดอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัล) ขึ้นจากเดิมตั้งแต่ 5-20% และรวม Dilution Effect 11% จากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับกองทุน Mindo (ไม่เกิน 32 ล้านหุ้น ที่ราคา 33.50 บาท/หุ้น) คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่ามีความน่าสนใจจากการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วของทีวีดิจิทัลช่อง Workpoint TV
ปรับเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาช่อง Workpoint TV ขึ้น
เราปรับรายได้ช่อง Workpoint TV ปี 2558 ขึ้นเป็น 1.6 พันล้านบาท (จากเดิม 1 พันล้านบาท) โดยรวมรายได้ค่าโฆษณา 7 รายการที่ย้ายมาจากช่อง 5 และช่อง 9 (ตั้งสมมติฐานอัตราค่าโฆษณาในแต่ละรายการลดจากเดิม 10-20% และอัตราการใช้เวลาโฆษณาลดเหลือ 50% จาก 60%) และปรับเพิ่มต้นทุนช่อง Workpoint TV ขึ้นเป็น 1 พันล้านบาท (จากเดิม 844 ล้านบาท) จากต้นทุนการผลิตรายการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การย้ายรายการที่มีฐานผู้ชมสูงทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการใช้เวลาโฆษณาช่อง Workpoint TV ในปี 2558-2571 ขึ้นเป็น 68% (จากเดิม 50%) แต่ยังคงอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยของช่อง Workpoint TV ไว้ในกรอบ 25,000-180,000 บาท/นาที
ปรับลดประมาณการรายได้จากช่องฟรีทีวีลง
เราปรับลดประมาณการรายได้ค่าโฆษณาจากการผลิตรายการผ่านฟรีทีวีลงเหลือ 400 ล้านบาท (จากเดิม 1.1 พันล้านบาท) เนื่องจากตั้งแต่ปี 58 WORK จะเหลือรายการที่ออกอากาศผ่านฟรีทีวีเพียง 2 รายการ คือ ชิงร้อยชิงล้าน (ช่อง 3 เป็นรายการประจำ) และ The Angel (ช่อง 3 เป็น Seasonal Program ออกอากาศช่วงไตรมาส 3) จากเดิมที่มีรายการออกอากาศทางช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9 รวม 11 รายการ และเรามองว่าในอนาคตหากเรทติ้งช่อง Workpoint TV เพิ่มสูงขึ้นอีกจนทำให้เกิดความคุ้มค่าหากย้ายรายการกลับมาก็มีโอกาสที่ WORK จะดึงรายการทั้ง 2 มาออกอากาศในช่อง Workpoint TV ด้วยเช่นกันเพื่อสร้างความแข็งแรงให้ผังรายการ อย่างไรก็ดี เบื้องต้นเราคาดรายได้ค่าโฆษณาจากการผลิตรายการผ่านฟรีทีวีปี 2558-71 ทรงตัวอยู่ที่ 400 ล้านบาท/ปี
เรทติ้งช่อง Workpoint TV เดือน พ.ย. พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 3
รายการใหม่ของ WORK ที่ทยอยออกอากาศในครึ่งหลังของปีนี้ เช่น ชิงช้าสวรรค์ไมค์ทองคำ คดีสีชมพู สามสนิท และละคร เกมริษยา ได้รับผลตอบรับดี ทำให้ความนิยมช่อง Workpoint TV เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเดือน พ.ย. AGB Nielsen รายงานเรทติ้งช่อง Workpoint TV ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 3 (0.4) แซงช่อง 9 (0.39) ขึ้นมาเป็นครั้งแรก เป็นรองเพียงช่อง 7 (3.34) และช่อง 3 (2.18) เท่านั้น และเรทติ้งช่อง Workpoint TV ในช่วงไพร์มไทม์ (18:00-23:00น.) ยังสูงกว่า 1 เป็นครั้งแรกอีกด้วย ขณะที่จากอีกผลสำรวจโดยศูนย์รวมเรทติ้งทีวีดิจิทัล (สำรวจจากกล่องทีวีดิจิทัลเฉพาะใน กทม.) ระบุช่อง Workpoint TV มีเรทติ้งอยู่ที่อันดับ 4 (4.88) เป็นรองช่อง 3 (5.33) ช่อง 7 (5.18) และช่อง 8 (5.03) จาก RS









