มี Downside จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงมากกว่าคาด
ประเด็น
- คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาปรับขึ้นราคา NGV อีก 1 บาทต่อกิโลกรัม โดยปัจจุบันราคา NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลอยู่ที่ 11.50 บาทต่อกิโลกรัม ให้ปรับขึ้นราคาขายปลีก 1 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 12.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคา NGV สำหรับรถสาธารณะขยับเป็น 9.50 บาทต่อกิโลกรัม(ที่มา – ฐานเศรษฐกิจ)
ผลกระทบ / ความเห็น
- ปรับ NGV หนุนกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่ม:ในปี 2557 มีการประกาศปรับเพิ่มราคา NGV เพิ่ม 2 ครั้ง ในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. ครั้งละ 1 บาท ซึ่งการปรับเพิ่มราคา NGV ทุกๆ 1 บาท จะทำให้กำไรสุทธิของ PTT เพิ่มขึ้น 2.4 พันล้านบาท ขณะที่การปรับราคา NGV ครั้งที่ 2 จะกระทบกำไรสุทธิในปี 2557 ของ PTT ไม่มากนักแต่จะทำให้กำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 2.5% จากประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิที่ 9.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่การใช้ NGV ในช่วง 10M57 อยู่ที่ 8.8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน (มีสัดส่วนรถสาธารณะ 20%)
- ยังมี Downside จากราคาน้ำมันที่ลดลง:ราคาน้ำมันดิบที่ยังคงปรับลดต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 – 2558 ของบริษัทในกลุ่ม PTT จาก (1) ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น (BCP IRPCPTTGC และ TOP) ใน 4Q57 ที่จะรับรู้ Stock Loss มากกกว่าคาด และ (2) ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจ E&P(PTTEP) จากราคาน้ำมันดิบในปี 2558 ที่มีโอกาสต่ำกว่าสมมติฐานที่เราประเมินไว้ที่ 90 เหรียญต่อบาร์เรล โดยการปรับลดราคาน้ำมันดิบทุกๆ 1 เหรียญต่อบาร์เรล จะกระทบกำไรสุทธิ PTTEP ในปี 2558 ประมาณ 1.4 พันล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน PTT ถือหุ้น PTTEP ในสัดส่วน 65.29%
คำแนะนำ / เหตุผล
- ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ราคาน้ำมันขาลง:เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 – 2558 แต่มีโอกาสปรับลงจากความเสี่ยงข้างต้น แม้ PTT จะมี Upside อีก 21 บาท จากการปรับเพิ่มราคา NGV (บทวิเคราะห์ PTT ฉบับวันที่ 18 พ.ย. 2557) แต่เชื่อว่าจะถูกลดทอนลงด้วยการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่ม PTT จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงมากกว่าคาด ทำให้หุ้นในกลุ่ม PTT ยังคงขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน









