"แลนด์แอนด์เฮ้าส์" คาดกำไรปีนี้สถิติสูงสุดใหม่ หลังบุ๊คกำไรพิเศษจากขายกอง REIT มั่นใจรายได้ปีนี้เกินเป้า
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)หรือ LH เปิดเผยว่า คาดว่าในปีนี้กำไรสุทธิจะสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ โดยผลประกอบการ 9 เดือนมีกำไร 5,136.97 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดจะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)ในปลายปีนี้ หลังล่าสุดอยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกอง REIT นี้มีจุดเด่นในเรื่องของทำเลและมีอัตราการเติบโตของค่าเช่าเฉลี่ย 6.6% ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีจุดตัดผ่านรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และ MRT
ทั้งนี้ กอง REIT ดังกล่าวจะเป็นการลงทุนใน สิทธิการเช่าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นเวลาประมาณ 26 ปี (สิทธิการเช่าจะหมดอายุในเดือนสิงหาคม 2583)ภายใต้ชื่อ "ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์" หรือ LHSC วงเงิน 6,227 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2557 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 มีพื้นที่ทั้งหมด 97,905 ตารางเมตร อัตราการเช่า 98% ซึ่งกว่า 80% ของอัตราการเช่ามาจากผูเช่า 4 กลุ่ม ได้แก่ ร้านอาหาร แฟชั่น โรงภาพยนตร์ และซุปเปร์มาร์เก็ต และจากากรบริหารจัดการที่ดี ทำให้ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 มีอัตราการเติบโตของค่าเช่าเฉลี่ยประมาณปีละ 6.6%
ส่วนรายได้ปีนี้ คาดจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.75 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทฯมีรายได้ 22,175.26 ล้านบาท โดยหลัก ๆ จะมาจากยอดโอนโครงการประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท และยังมีรายได้อื่นๆ เข้ามาอีกด้วย นอกจากนี้ จะมีรายได้พิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT เพิ่มเข้ามาอีกด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเปิดโครงการได้ทะลุเป้าหมาย จากที่ตั้งเป้าไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยมีการเปิดโครงการแล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาทในปีนี้
"คาดรายได้ปีนี้จะเกินเป้าที่ตั้งไว้ 2.75 หมื่นล้านบาท หลักๆ จะมาจากยอดโอนที่เพิ่มมากขึ้น และการบุ๊ครายได้จากการขายกอง REIT อีกทั้งจะมาจากการที่เปิดโครงการที่ทะลุเป้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้"นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือ หรือ Backlog 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดย คาดว่าในปีหน้าบริษัทฯ จะเปิด 21 โครงการใหม่ ซึ่งใกล้เคียงกับปีนี้ ส่วนมูลค่าโครงการยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากต้องรอประชุมบอร์ดอีกครั้ง ส่วนงบซื้อที่ดินในปีหน้าคาดว่าจะมากกว่าปีนี้ที่ใช้ประมาณ 7,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายโครงการในอนาคต









