ส.อ.ท. แนะ ไทยเจาะตลาดกลุ่ม BRICS หนีตลาดหลักซบเซา คาดปี 57 ยอดส่งออกไปกลุ่ม BRICS ทะลุ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2558 มองว่าตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น จีน มีเพียงสหรัฐฯที่เศรษฐกิจดีขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นไทยควรจะมุ่งเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดกลุ่มประเทศบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ หรือ BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ไทยยังมีปริมาณการค้ากับกลุ่มนี้น้อยมากหากตัดประเทศจีนออกไป ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของสินค้าไทยที่จะขยายตลาดได้อีกมาก เนื่องจากตลาด BRICS มีประชากรรวมกันมากกว่า 40% ของโลก มีสัดส่วนจีดีพี 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งหากทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนร่วมมือกันเจาะตลาดนี้อย่างจริงจัง ก็จะช่วยฉุดยอดส่งออกในปีหน้าได้
“กลุ่ม 5 ประเทศนี้มีศักยภาพทางการค้าสูงมาก โดยสินค้าหลักที่ส่งไปยังกลุ่ม BRICS คือ เม็ดพลาสติก ยางพารา และเคมีภัณฑ์ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจในกลุ่ม BRICS ในปี 2557 จะขยายตัวเฉลี่ย 5.4% การส่งออกของไทยไปยังกลุ่ม BRICS ปีนี้น่าจะมีมูลค่า 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนประมาณ 16.1% ของยอดการส่งออกทั้งหมด” นายวัลลภ กล่าว
โดยในส่วนของการเปิดตลาดประเทศบราซิล ไทยควรใช้ประโยชน์จากประเทศที่ได้มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศไทยไปแล้ว คือ ชิลี และเปรู ในการเป็นประตูการค้าไปสู่บราซิล ซึ่งจะสามารถขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งขยายไปสู่ประเทศอื่นๆในอเมริกาใต้ที่มีขนาดใหญ่และกำลังซื้อสูง ซึ่งสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดภูมิภาคนี้ ได้แก่ สินค้าเกษตร อาหาร เครื่องยนต์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
ส่วนอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งด้านการส่งออกและสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย รวมทั้งยังมีทั้งข้อตกลงเอฟทีเอไทย-อินเดีย และเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ซึ่งไทยควรจะเร่งเจรจาขยายจำนวนสินค้าในกรอบเอฟทีเอไทย-อินเดีย เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดยสินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อัญมณี ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ อะลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องสำอาง อาหารปรุงแต่ง ปลากระป๋อง และน้ำผลไม้
นอกจากนี้ ไทยควรฉวยโอกาสที่ยุโรป และสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศรัสเซีย เร่งผลักดันสินค้าไทยเข้าไปแทนที่ ซึ่งเชื่อว่าในปี 2558 ยอดส่งออกจากไทยไปรัสเซียจะขยายเพิ่มขึ้นถึง 100% จากปัจจุบันที่มีมูลค่าประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน และคนรัสเซียเข้ามาเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก
สินค้าที่มีโอกาสในตลาดรัสเซีย ได้แก่ สินค้าอาหาร และเกษตร ข้าว น้ำตาล ผลไม้เมืองร้อน อาหารทะเล เครื่องแต่งการ ยานยนต์ ธุรกิจสปาและอาหารไทย
ส่วนประเทศแอฟริกาใต้ ขณะนี้ยังมีปริมาณการค้ากับไทยไม่มาก แต่ถ้าไทยให้ความสำคัญในการเปิดตลาดนี้ ก็จะเป็นประตูการค้าไปสู่ประเทศต่างๆในแอฟริกาได้อีกมาก เพราะแอฟริกาใต้เป็นศูนย์กลางทางการค้า และการคมนาคมในทวีปแอฟริกา ซึ่งรัฐบาลควรจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปจัดงานแสดงสินค้า โดยสินค้าที่มีโอกาสในตลาดนี้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป เครื่องจักรและส่วนประกอบ









